ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก 0.5% แต่ลดลงในรอบสัปดาห์

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ (25 ก.ย.) แต่ปรับตัวลงในรอบสัปดาห์นี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง สัญญาณจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีแนวโน้มคุมเข้มนโยบายการเงิน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น กดดันความน่าสนใจของทองคำ

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 23.20 ดอลลาร์ หรือ 0.54% ปิดที่ 4,321.20 ดอลลาร์/ออนซ์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่า การพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้ทองคำปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ในรอบ 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดสำคัญ พุ่งแตะระดับสูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 19 ปี ส่งผลให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนเพิ่มสูงขึ้น

นักวิเคราะห์กล่าวว่า โลหะมีค่าที่ไม่มีผลตอบแทนต้องเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังมีแนวโน้มสูงขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินแบบคุมเข้ม

นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังคงทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคา

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในอนาคต โดยข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า นักลงทุนคาดการณ์โอกาส 66% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนต.ค. และ 93% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.

โดยปกติแล้ว ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ทองคำมีความน่าสนใจลดลง เนื่องจากนักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน โดยราคาทองคำลดลงราว 19% แล้วจากระดับสูงสุดของวันที่ 27 ก.พ.

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช