ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก 0.5% หลังบอนด์ยีลด์ยูโรโซนลดลง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันอังคาร (6 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นในวงกว้างของหุ้นหลายกลุ่ม ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนลดลง หลังจากพุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับฐานะการคลังและเงินเฟ้อ

ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังหุ้นเกือบทุกกลุ่มปิดตลาดในแดนบวก โดยหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการเพิ่มขึ้น 1.4% ขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลง 2% ในวันอังคาร หลังการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัว

หุ้น Genmab บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของเดนมาร์ก พุ่งขึ้น 4.4% แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี หลัง Genmab และ AbbVie บริษัทยาของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การรักษาแบบผสมผสานสำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด สามารถลดความเสี่ยงของการลุกลามของโรคหรือการเสียชีวิตได้ในการศึกษาระยะสุดท้าย

ดัชนีหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์โดยรวมเพิ่มขึ้น 0.6% แต่การปรับตัวขึ้นถูกจำกัดจากการร่วงลง 5.5% ของหุ้น Zealand Pharma

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนลดลง หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสและเยอรมนีอายุ 10 ปีแคบลงต่อเนื่องจากระดับสูงสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนประเมินว่า ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรฝรั่งเศสเมื่อเทียบกับเยอรมนีที่พุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อาจเพิ่มขึ้นมากและรวดเร็วเกินไปหรือไม่

หุ้นธนาคารขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 1.1% ตามการฟื้นตัวของความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

เงินยูโรเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือน โดยถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้ที่สูงของฝรั่งเศสและภาวะชะงักงันทางการเมือง ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองในภูมิภาคเพิ่มขึ้น หลังเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ประกาศจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดเมื่อวันจันทร์

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ความกังวลด้านการคลังและการเมืองในฝรั่งเศสที่กลับมาอีกครั้งกำลังเพิ่มแรงกดดันจากวิกฤตพลังงาน แต่ความรวดเร็วของการปรับตัวในช่วงที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าเป็นการลดสถานะการลงทุนมากกว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของปัจจัยพื้นฐาน

ความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

ก่อนหน้านี้ตลาดคาดว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 3 ครั้งก่อนการประชุมในเดือนมี.ค. 2570 แต่ขณะนี้ตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นอีกเพียง 1 ครั้ง และให้น้ำหนักราว 80% ต่อโอกาสที่จะปรับขึ้นอีกครั้ง

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช