เช็กเกณฑ์เยียวยา “ประกันภัยพิบัติ” เริ่ม 1 ต.ค.น้ำท่วมจ่าย 10,000 บาท

วันนี้ (1 ต.ค.2569) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวอธิบายโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ที่มีผลบังคับใช้วันนี้เป็นวันแรก ว่า ประกันนี้มีผลทันทีหลังจากเที่ยงคืนของวันที่ 1 ต.ค. บ้านหลังไหนที่มีน้ำเข้าท่วม ก็จะเข้าเกณฑ์การคุ้มครองของโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน โดยจะใช้การยืนยันจากภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อความยุติธรรมกับทั้งทางภาครัฐและบริษัทประกันภัย

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (30 ก.ย.) ใช้ดาวเทียมของ GISTDA สำรวจพื้นที่น้ำท่วมปัจจุบันไว้แล้ว เพื่อตีเส้นว่าส่วนไหนจะเป็นการเยียวยาจากทางภาครัฐ 9,000 บาท และส่วนที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ก็จะใช้เป็นโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ซึ่งจะมีความรวดเร็วและแม่นยำกว่า ประชาชนรอรับเงิน 10,000 บาทได้เลย ภายใน 15 วัน เพื่อจะใช้วางแผนจัดการกับความเสียหาย

ส่วนหลักเกณฑ์ที่ยึด คือ 1.จังหวัดจะต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ 2.ต้องประสบภัยพิบัติจริง ไม่ต้องถ่ายรูปยืนยัน

ส่วนการซ่อมแซมบ้านจะใช้ระบบเหมาจ่าย ใช้ข้อมูลแบบ parametric วัดระดับน้ำ โดยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2569 ยกตัวอย่างน้ำท่วม 50 เซนติเมตร ก็จะได้เงินเหมาจ่าย 10,000 บาทไม่ต้องสำรวจความเสียหายเฉพาะจุด

สำหรับผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ก็ใช้หลักเกณฑ์การเยียวยาเดิมของ ปภ. ขณะที่ผู้อาศัยอยู่บนอาคาร หรือหมู่บ้าน ที่ตัวห้องหรือบ้านไม่ได้เสียหาย แต่ถูกน้ำล้อมรอบหรือเป็นหมู่บ้านไข่ดาว ก็จะได้เงินเยียวยาด้วยเช่นกัน หากเหตุเกิดก่อนวันที่ 1 ต.ค.จะได้รับเยียวยาในอัตรา 5,000 บาท ตามเกณฑ์ของ ปภ. แต่หากเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 จะได้รับการชดเชย 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

เช็กเกณฑ์คุ้มครอง “ประกันภัยพิบัติ” เริ่ม 1 ต.ค.น้ำท่วมจ่าย 10,000 บาท

เช็กเกณฑ์คุ้มครอง “ประกันภัยพิบัติ” เริ่ม 1 ต.ค.น้ำท่วมจ่าย 10,000 บาท

นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเส้นแบ่งที่สำคัญว่าเป็นการเกิดเหตุใหม่หรือเก่า จะได้รับเงินเยียวยาแบบใหม่หรือแบบเก่า คือการประกาศเขตอุทกภัย สมมุติว่าพื้นที่นี้เคยเกิดอุทกภัยแล้ว และยกเลิกการประกาศเขตอุทกภัยไปแล้ว แต่ปรากฏว่าเกิดเหตุซ้ำและประกาศเป็นเขตอุทกภัยใหม่ ก็จะได้รับเงินเยียวยาตามโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนด้วย

ส่วนกรณีบ้านที่ไม่มีบ้านเลขที่ ก็จะได้รับเงินเยียวยาเช่นกัน โดยจะให้กรมการปกครองลงพื้นที่ไปสำรวจ ซึ่งเดิมไม่มีหลักเกณฑ์ตรงนี้ ยกตัวอย่างประชาชน ที่มีบ้านพักแบบมีบ้านเลขที่ 5 หลัง และไม่มีบ้านเลขที่ 1 หลัง แต่มีผู้อาศัยอยู่ ก็จะได้รับ 10,000 บาททุกหลัง ไปจนครบ 30 ล้านหลังคาเรือน โดยบริษัทประกันภัย จะเยียวยาสูงสุดอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท แต่หากวงเงินเกินกว่านั้น รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมย้ำอีกว่า หากประชาชนได้รับเงินเยียวยาเร็วกว่านี้ก็จะดี แต่ทุกฝ่ายก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว และเป้าประสงค์ของการนำโครงการนี้เข้ามาก็เพื่อที่จะข้ามขั้นตอน และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้สำรวจ

สรุปรายละเอียดระบบประกันภัยพิบัติ จะจ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 10,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีเกิดวาตภัยหรือแผ่นดินไหว จะจ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 5,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

ทั้งนี้ การจ่ายค่าสินไหม จะดำเนินการภายใน 15 วัน และจ่ายเพิ่มเติมตามมูลค่าความเสียหายจริง โดยมีวงเงินค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

สำหรับความคุ้มครองต่อชีวิต กรณีมีการเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองระบบประกันภัยพิบัติจะจ่ายเงินผลประโยชน์ รายละ 2,000,000 บาท

อ่านข่าว :

จับตายจระเข้ตัวใหญ่ โผล่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา

เริ่มคุ้มครองวันนี้ 1 ต.ค.ประกันภัยพิบัติ ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน

"นายกฯ" นั่งหัวโต๊ะประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สั่งเร่งเคลียร์ขยะ