"เมสซี" ปิดตำนานทีมชาติ ยิง 1 จ่าย 2 อาร์เจนตินาถล่มเบนิน 3-0
วันนี้ (7 ต.ค.2569) The New York Times รายงาน ลิโอเนล เมสซี ปิดฉากอาชีพทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างสมบูรณ์แบบ หลังลงสนามนัดที่ 208 และเป็นเกมสุดท้ายในสีเสื้อฟ้า-ขาว ด้วยการทำ 1 ประตู และ 2 แอสซิสต์ ช่วยอาร์เจนตินาเอาชนะเบนิน 3-0 ในเกมอุ่นเครื่องที่จัดขึ้นเพื่ออำลานักเตะวัย 39 ปี ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
เกมนัดนี้เกิดขึ้นที่สนามเอสตาดิโอ โมนูเมนตัล ในกรุงบัวโนสไอเรส ซึ่งแฟนบอลเปลี่ยนสนามฟุตบอลให้กลายเป็นสถานที่แห่งการรำลึกถึงฮีโรของชาติ ผู้ชมเต็มความจุและตะโกนชื่อ "เมสซี" อย่างต่อเนื่อง ก่อนเกมจะมีเสื้อทีมชาติอาร์เจนตินาขนาดยักษ์หมายเลข 10 วางอยู่กลางสนาม แต่แทนที่จะเป็นชื่อ "Messi" กลับเขียนเพียงคำว่า "Gracias" ที่แปลว่า "ขอบคุณ" เพื่อเป็นตัวแทนคำอำลาจากแฟนบอล
"เมสซี" ปิดตำนานทีมชาติ ยิง 1 จ่าย 2 อาร์เจนตินาถล่มเบนิน 3-0
ในนาทีที่ 10 เกมหยุดลงเพื่อให้แฟนบอลร่วมปรบมือเป็นเวลา 1 นาทีแก่เมสซี ขณะที่มีการจุดพลุประกอบช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง นักเตะเบนินก็เข้าร่วมบรรยากาศดังกล่าวด้วยการเข้าไปกอดและจับมือเมสซี หลังจากนั้นเจ้าตัวชูมือขึ้นทักทายแฟนบอล ก่อนจะขยับตัวอย่างเขิน ๆ ราวกับพยายามหลบจากสปอตไลต์ที่ส่องมาที่เขาอย่างเต็มที่ ขณะที่เสียงตะโกนชื่อ "เมสซี" ยังคงดังไปทั่วสนาม
ก่อนเริ่มเกม แฟนบอลหลายพันคนออกมายืนเรียงรายตามสองข้างถนน เพื่อติดตามเส้นทางรถบัสเที่ยวสุดท้ายของเมสซีที่มุ่งหน้าสู่สนามแห่งชาติ หลายคนพยายามถ่ายภาพฮีโรของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่หลังจบเกม นักเตะเบนินบางคนยังพยายามขอถ่ายเซลฟีกับเมสซีในสนาม ภาพจากบนรถบัสยังเผยให้เห็นเมสซีมีน้ำตาคลอและดูเหมือนกำลังกลั้นน้ำตา หลังได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลาม ขณะที่ก่อนเกมจะเริ่ม มีเสื้อหมายเลข 10 ขนาดใหญ่อีกตัวถูกแขวนกับเฮลิคอปเตอร์บินเหนือเมืองโรซาริโอ บ้านเกิดของเมสซี เพื่อร่วมส่งตำนานของเมืองเป็นครั้งสุดท้าย
เมสซีลงเล่นให้ทีมชาติครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ส.ค.2548 ในช่วงเวลาที่ไอโฟน อินสตาแกรม และอูเบอร์ยังไม่ถือกำเนิด และในช่วงที่มารายห์ แครีย์ครองอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Top 100 ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 10 นั่นหมายความว่ามีชาวอาร์เจนตินาหลายรุ่นเติบโตขึ้นมาโดยไม่เคยรู้จักทีมชาติของตัวเองในยุคที่ไม่มีเมสซี
ในช่วงพิธีเพลงชาติ ก่อนเกมเริ่ม ลิโอเนล สกาโลนี กุนซืออาร์เจนตินาถึงกับมีน้ำตาคลอ เมื่อเมสซีพาลูกชายทั้ง 3 คน ได้แก่ ติอาโก มาเตโอ และซีโร ลงมายืนในสนามด้วยกัน ขณะที่ภรรยา อันโตเนลา และมารดา เซเลีย เฝ้ามองอยู่บนอัฒจันทร์อย่างภาคภูมิใจ ส่วน เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูวัย 34 ปี ยืนอยู่เคียงข้างเมสซี โดยมาร์ติเนซตัดผมเป็นตัวอักษร "M" เพื่อเป็นสัญลักษณ์สำหรับเกมอำลาครั้งนี้
ก่อนการแข่งขัน บรรดาคำสดุดีจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามา เมสซีได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส ขณะที่ Adidas เปลี่ยนภาพโปรไฟล์บนบัญชีโซเชียลมีเดียหลายบัญชีให้สอดคล้องกับข้อความ "No. 10 Gracias" ที่ปรากฏในสนาม
"เมสซี" ปิดตำนานทีมชาติ ยิง 1 จ่าย 2 อาร์เจนตินาถล่มเบนิน 3-0
โรนัลดินโญ อดีตเพื่อนร่วมทีมเมสซีที่บาร์เซโลนา โพสต์ข้อความขอบคุณที่เมสซีทำให้พวกเรายิ้ม และยกย่องว่าเขาได้จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงของอาร์เจนตินา แต่ของโลกทั้งใบ ขณะที่เนย์มาร์ อดีตเพื่อนร่วมทีมทั้งที่บาร์เซโลนาและปารีส แซงต์ แชร์กแมง กล่าวว่าเขาต้องการขอบคุณเมสซีที่ทำให้เขารักฟุตบอลมากยิ่งขึ้น
เมสซีตัดสินใจอำลาทีมชาติเมื่อเดือนสิงหาคม หลังจบฟุตบอลโลก ซึ่งอาร์เจนตินาแพ้สเปนในรอบชิงชนะเลิศ เขาผ่านฟุตบอลโลกมาแล้ว 6 ครั้ง และพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ 3 ครั้ง ก่อนคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในปี 2565 ที่กาตาร์ นอกจากนี้ยังรับหน้าที่กัปตันทีมชาติตั้งแต่ปี 2554 และพาทีมคว้าแชมป์โคปา อเมริกาในปี 2564 และ 2567 พร้อมสร้างสถิติเป็นนักเตะที่ลงสนามให้ทีมชาติมากที่สุด 208 นัด และเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูให้ทีมชาติ 125 ประตู ก่อนเข้าสู่เกมอำลา
หลังประกาศตัดสินใจ เมสซียอมรับว่าการยุติเส้นทางทีมชาติ "เจ็บลึกถึงจิตวิญญาณ" โดยก่อนหน้านั้นเขาเคยไม่แน่ใจว่าจะเล่นต่อไปอีกนานแค่ไหน หลังจาก ฮอร์เก เมสซี บิดาของเขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ขณะมีอายุ 68 ปี อย่างไรก็ตาม การอำลาทีมชาติไม่ได้หมายความว่าเมสซีจะเลิกเล่นฟุตบอลทั้งหมด เพราะเขายังคงค้าแข้งกับอินเตอร์ ไมอามี ในเมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ และมีสัญญากับสโมสรจนจบฤดูกาล 2571
ส่วนเกมกับเบนินแทบกลายเป็นเรื่องรองเมื่อเทียบกับความสำคัญของค่ำคืนแห่งการอำลา โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่เกมดำเนินไปในลักษณะคล้ายแมตช์เชิดชูเกียรติ และผู้เล่นอาร์เจนตินาดูเหมือนจะพยายามสร้างโอกาสให้เมสซีทำประตูมากกว่าการเล่นเกมรุกอย่างเป็นระบบ
เมสซีมีโอกาสทำประตูถึง 3 ครั้ง ทั้งการยิงไกลจนผู้รักษาประตูต้องเซฟ และการพุ่งเข้าหาบอลใกล้หน้าประตูอีก 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตูได้ ขณะที่เบนินเกือบขึ้นนำจาก จูเนียร์ โอลาอิตัน ซึ่งได้รับบอลจากการเปิดย้อนกลับของ โรดอลโฟ อลาโก แต่กลับยิงหลุดกรอบไป
ครึ่งหลัง อาร์เจนตินาเริ่มเปลี่ยนความกดดันเป็นประตูได้สำเร็จ โอตาเมนดีเป็นคนโหม่งหรือจบสกอร์จากลูกเตะมุมของเมสซีให้ทีมขึ้นนำ ก่อนที่ นิโก ปาซ เพลย์เมกเกอร์วัย 22 ปีจากสโมสรโคโมในอิตาลี จะยิงไกลโค้งเสียบมุมอย่างสวยงามช่วยให้อาร์เจนตินาหนีเป็น 2-0
"เมสซี" ปิดตำนานทีมชาติ ยิง 1 จ่าย 2 อาร์เจนตินาถล่มเบนิน 3-0
จากนั้นถึงเวลาของเมสซี เมื่อเขาสังหารจุดโทษในนาทีที่ 70 ส่งบอลเข้ามุมบนอย่างเด็ดขาด เป็นประตูปิดฉากเส้นทางทีมชาติของตัวเอง และทำให้ทั้งทีมวิ่งเข้ามาร่วมฉลองกับกัปตันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนอาร์เจนตินาจะจบเกมด้วยชัยชนะเหนือเบนิน 3-0
ค่ำคืนที่สนามโมนูเมนตัลจึงไม่ใช่เพียงเกมฟุตบอลนัดหนึ่ง แต่เป็นการปิดฉากเรื่องราวกว่า 21 ปีของเด็กหนุ่มจากโรซาริโอที่เติบโตขึ้นมาเป็นกัปตันทีมชาติ แชมป์โลก และเจ้าของหมายเลข 10 ที่แฟนบอลอาร์เจนตินาจะจดจำไปอีกนาน
อ่านข่าว :
กรมชลฯ ลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เป็น 2,400 ลบ.ม./วินาที บ่ายโมง
"รัสเซีย" ยันยังไม่พบผู้ป่วยกาฬโรค "ทรัมป์" อาสาช่วย จี้เปิดข้อมูลโปร่งใส
กรมชลฯ จ่อระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง เพิ่มมากกว่า 1,200 ลบ.ม./วินาที