สหรัฐฯ ถล่มเกาะลารัก อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้ ปะทะเดือดรอบ 1 เดือน

สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายบนเกาะลารักของอิหร่าน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เตหะรานตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพอากาศที่สหรัฐฯ ใช้งานอยู่ในจอร์แดน ถือเป็นการปะทะโดยตรงระหว่างสองฝ่ายครั้งแรกในรอบกว่า 1 เดือน

เกิดอะไรขึ้น?

เมื่อคืนนี้ (30 สิงหาคม) กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีแท่นยิงของอิหร่าน 2 จุดบนเกาะลารัก (Larak Island) โดย ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุสาเหตุของการโจมตีว่า ตรวจพบกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เตรียมยิงจรวดที่บรรทุกทุ่นระเบิดทะเลเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซ

“กองกำลังสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการอย่างจำกัดและแม่นยำต่อกำลังของ IRGC ที่กำลังวางทุ่นระเบิดและถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ” บัญชี X ของ CENTCOM ระบุ

ขณะที่ IRGC ออกมาประณามการโจมตีดังกล่าวว่า ทำให้กำลังพลและพลเรือนอิหร่านได้รับความสูญเสีย โดยย้ำว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ คือความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่ร้ายแรง พร้อมยืนยันการตอบโต้กลับ

ต่อมาในช่วงเช้ามืดของวันนี้ (31 สิงหาคม) ตามเวลาท้องถิ่น IRGC ระบุว่า ได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพอากาศ 2 แห่งในจอร์แดนที่สหรัฐฯ ใช้งานอยู่ เพื่อตอบโต้การโจมตีเกาะลารัก ขณะที่กองทัพจอร์แดนระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดและทำลายขีปนาวุธ 8 ลูกที่เข้าสู่น่านฟ้าได้ โดยไม่มีรายงานความเสียหายต่อประชาชนหรือทรัพย์สิน

การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการโจมตีอิหร่านครั้งแรกของสหรัฐฯ นับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม หลัง การสู้รบระหว่างสองฝ่ายลดระดับลงจากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ หันไปเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อเตหะราน

ทำไมต้องจับตาช่องแคบฮอร์มุซ?

หัวใจของการปะทะรอบล่าสุดอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก และเป็นจุดเผชิญหน้าสำคัญตลอดสงครามช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีเกาะลารักมีเป้าหมายเพื่อหยุดอิหร่านไม่ให้นำทุ่นระเบิดทะเลกลับไปวางในช่องแคบ หลัง CENTCOM เพิ่งประกาศว่า ได้เก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศในพื้นที่เสร็จสิ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน

ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่า อิหร่านได้รับแจ้งแล้วว่า เรือทุกลำที่นำทุ่นระเบิดใหม่มาวางในช่องแคบฮอร์มุซจะถูกทำลายทันที

อนึ่ง อิหร่านและโอมานยังอยู่ระหว่างการหารือข้อเสนอเพื่อฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบ โดยมีประเทศในภูมิภาคอย่างกาตาร์ช่วยสนับสนุนความพยายามทางการทูต แต่การโจมตีรอบล่าสุดอาจเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการเจรจาดังกล่าว

ผลกระทบของการโจมตีสะท้อนออกมาทันทีในตลาดพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 2.8% มาอยู่ที่ 90.57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.7% อยู่ที่ 85.64 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ภาพ: Stringer / Reuters

อ้างอิง:

ABOUT THE AUTHOR

อัยย์ลดา แซ่โค้ว

Content Creator กองบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ THE STANDARD