รฟฟท.ยันพร้อมรับช่วงเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ 1 ก.พ. 2570

รฟฟท. ยืนยันมีความพร้อมบริหารเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ 100% เริ่มตั้งแต่ 1 ก.พ. 70 หลังล่าสุด บอร์ด รฟท. ไฟเขียวหลักการจ้าง พร้อมเร่งสำรวจทรัพย์สิน-ระบบ-ภารกิจทั้งหมด ก่อนลุยจัดทำแผนปฏิบัติการให้ทันก่อนรับงานจริง เร่งขั้นตอน TOR-ลงนามสัญญาจ้างให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ส่วนบุคลากรวางกรอบ 354 คน จ่อดึงคนเดิมของเอกชนเข้าร่วมงาน
28 ก.ย. 2569 – พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมเข้ารับจ้างบริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ว่า ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ทำข้อตกลงกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เพื่อให้เอกชนดำเนินงานต่ออีก 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 – 31 ม.ค. 2570 นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ได้อนุมัติหลักการให้ รฟท. ว่าจ้าง รฟฟท.เข้ามาบริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2570 เป็นต้นไป
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ รฟท. และ รฟฟท.จะต้องเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน รวมถึงสภาพระบบและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่สัปดาห์หน้า เพื่อให้ รฟฟท. มีข้อมูลเพียงพอสำหรับจัดทำแผนการบริหารจัดการก่อนเข้ารับช่วงดำเนินงานจริง ซึ่ง รฟฟท. เป็นผู้รับจ้าง จึงต้องรอให้ รฟท.ในฐานะผู้ว่าจ้างเป็นผู้เรียกเข้าไปหารือและดำเนินการตามขั้นตอน โดย รฟฟท.ต้องการให้กระบวนการเกิดขึ้นโดยเร็ว เนื่องจากจำเป็นต้องมีเวลาในการจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
ทั้งนี้ รฟฟท. ต้องการให้กระบวนการต่าง ๆ มีความชัดเจนโดยเร็ว โดยคาดว่าภายใน ต.ค. 2569 น่าจะมีข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอสำหรับนำไปจัดทำแผนปฏิบัติการ ทั้งเรื่องบุคลากร งบประมาณ การเดินรถ การซ่อมบำรุง และขั้นตอนด้านใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ขั้นตอนหลังจากได้รับข้อมูลจากการสำรวจแล้ว รฟท. จะจัดทำ TOR และลงนามสัญญา โดยคาดว่า กระบวนการจะใช้เวลาไม่เกินประมาณ 2 เดือน และต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 เพื่อให้มีเวลาเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มรับงานในวันที่ 1 ก.พ. 2570
พล.อ.อ. คงศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า รฟฟท.มีความพร้อมในการเดินรถ 100% ซึ่งการดำเนินงานของ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีลักษณะบางส่วนที่ง่ายกว่าสายสีแดง เนื่องจากระบบแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เป็นระบบอัตโนมัติ ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีแดงเป็นระบบที่มีพนักงานขับรถ ทำให้การควบคุมความเร็ว การเบรก และการจอดเทียบชานชาลาต้องอาศัยทักษะของผู้ขับ ส่วนแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีระบบควบคุมที่ช่วยให้ขบวนรถจอดตามตำแหน่งที่กำหนด
ส่วนรูปแบบสัญญาจ้างนั้น ปัจจุบัน รฟฟท.รับจ้าง รฟท.บริหารเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงในลักษณะสัญญาปีต่อปี ดังนั้นการเข้ารับจ้างบริหารแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ในเบื้องต้น ก็คาดว่าจะใช้หลักการเดียวกัน โดยในปี 2570 จะเหลือระยะเวลาประมาณ 8 เดือน หรือนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. – 30 ก.ย. 2570 จึงมีแนวโน้มที่จะจัดทำสัญญาจ้างในช่วง 8 เดือนแรกก่อน จากนั้นเมื่อสิ้นสุดเดือน ก.ย. 2570 จึงพิจารณาสัญญาในระยะต่อไป โดยจะแยกการบริหารระหว่างรถไฟสายสีแดงกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ออกจากกัน เนื่องจากเป็นงานคนละระบบและมีรายละเอียดการดำเนินงานแตกต่างกัน
พล.อ.อ. คงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ที่ประชุมบอร์ด รฟท. ยังมีมติอนุมัติหลักการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยอนุมัติให้ รฟฟท.เข้ามาดำเนินงานภายใต้กรอบกำลังคน 354 คน ดังนั้น รฟฟท.จะดำเนินการบริหารบุคลากรสำหรับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ภายใต้กรอบ 354 คน แต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ว่า จะจัดสรรกำลังคนสำหรับงานเดินรถ งานสถานี งานควบคุมระบบ และงานซ่อมบำรุงในสัดส่วนเท่าใด เนื่องจากต้องเข้าไปสำรวจข้อมูลหน้างานจริงก่อน รวมถึงต้องประเมินรูปแบบการจ้างงานและการบริหารจัดการในแต่ละส่วน
สำหรับกรอบกำลังคน 354 คน เป็นกรอบใหม่สำหรับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แยกจากกำลังคนที่ รฟฟท. ใช้ในการบริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง โดย รฟฟท. จะรับบุคลากรสำหรับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เพิ่ม โดยแนวทางเบื้องต้น รฟฟท.มีแผนจะใช้บุคลากรเดิมของบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เข้ามาร่วมดำเนินงาน เนื่องจากเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และคุ้นเคยกับระบบอยู่แล้ว ทั้งนี้ รูปแบบการจ้างงานยังอยู่ระหว่างการหารือ หากบุคลากรเดิมสมัครใจเข้ามาทำงานกับ รฟฟท.ไม่ครบตามจำนวน ก็จะเปิดรับบุคลากรจากภายนอกเพิ่มเติม พร้อมจัดการฝึกอบรมให้เหมาะสมกับประเภทงาน เนื่องจากพนักงานแต่ละตำแหน่งมีระยะเวลาในการฝึกอบรมแตกต่างกัน
ทั้งนี้ บุคลากรจำนวน 354 คนนั้น รฟฟท.ประเมินในเบื้องต้นว่า น่าจะเพียงพอต่อการดำเนินงาน ในส่วนของการเตรียมบุคลากร รฟฟท.จะประเมินจากภารกิจจริง ทั้งจำนวนสถานี การเดินรถ ห้องควบคุม และงานซ่อมบำรุง หากบางส่วนจำเป็นต้องจ้างผู้รับเหมาภายนอก หรือ Outsource ก็ต้องประเมินจำนวนบุคลากรที่ต้องใช้ ขณะเดียวกัน หากในอนาคต รฟฟท.ต้องดำเนินงานบางส่วนด้วยตนเอง ก็ต้องประเมินกำลังคนเพิ่มเติมเช่นกัน ขณะที่ จำนวนบุคลากรที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ จะพิจารณาตามสถานีและลักษณะงาน โดยจากการดำเนินงานในปัจจุบันของเอกชน พบว่า แต่ละสถานีมีบุคลากรประมาณ 4-5 คนต่อกะ และมีการทำงาน 3 กะ ซึ่ง รฟฟท. มีแนวทางที่จะใช้รูปแบบการบริหารของเอกชนเป็นฐานในเบื้องต้น ก่อนประเมินอีกครั้งว่าสามารถดำเนินการได้ครบถ้วน ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพหรือไม่
พล.อ.อ. คงศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุวงเงินได้ เนื่องจาก รฟฟท.ยังไม่ได้รับข้อมูลรายละเอียดของทรัพย์สิน ระบบ และภารกิจที่จะต้องรับผิดชอบทั้งหมด โดยจะต้องเข้าไปสำรวจและประเมินข้อมูลก่อน จากนั้นจึงจะสามารถจัดทำประมาณการงบประมาณและแผนบริหารจัดการได้ ส่วนขบวนรถที่จะนำมาให้บริการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะยังคงใช้ขบวนรถและระบบเดิม ขณะที่การจัดหารถไฟฟ้าหรือการลงทุนเพิ่มเติม หากในอนาคตมีความจำเป็น เป็นเรื่องที่ รฟท.ในฐานะผู้ว่าจ้างจะต้องเป็นผู้พิจารณา
นอกจากนี้ รฟฟท. ยังต้องดำเนินการขอใบอนุญาตการประกอบกิจการขนส่งทางรางจากกรมการขนส่งทางราง (ขร.)เนื่องจากมีข้อกำหนดและกฎหมายของเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยปัจจุบัน รฟฟท.ได้รับมอบพันธกิจจาก รฟท.ให้บริหารเดินรถสายสีแดงเป็นระยะเวลา 3 ปี และเมื่อพันธกิจดังกล่าวสิ้นสุดลงจะต้องต่ออายุหรือการขออนุญาตใหม่ให้สอดคล้องกับกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถประกอบกิจการการเดินขบวนรถไฟสายสีแดง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้
สำหรับค่าจ้างบริหารเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงตามสัญญาล่าสุดของปี 2570 อยู่ที่ 594 ล้านบาท โดยจำนวนดังกล่าว เป็นกรอบการจ้างเดินรถ ขณะที่การเบิกจ่ายเป็นไปตามค่าใช้จ่ายจริง โดยหากค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนอยู่ที่จำนวนเท่าใด ก็เบิกจ่ายตามจำนวนจริง ส่วนค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงเป็นงบประมาณอีกส่วนหนึ่ง แยกออกจากค่าจ้างบุคลากร
