ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก 1% รับแรงซื้อหุ้นแบงก์-เทคโนโลยี
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก 1% ในวันจันทร์ (21 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่และกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 641.93 จุด เพิ่มขึ้น 6.48 จุด หรือ +1.02%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,138.94 จุด เพิ่มขึ้น 73.92 จุด หรือ +0.92%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,575.01 จุด เพิ่มขึ้น 270.95 จุด หรือ +1.07%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,739.01 จุด เพิ่มขึ้น 79.88 จุด หรือ +0.75%
ดัชนี STOXX 600 ปิดบวก 1% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. ขณะที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาคปิดในแดนบวกเช่นกัน
การปรับตัวขึ้นดังกล่าวสะท้อนการเริ่มต้นสัปดาห์ที่สดใส โดยนักลงทุนประเมินว่าการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบจะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้หรือไม่ หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อต้นเดือนนี้เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ เนื่องจากเศรษฐกิจในภูมิภาคพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงในระดับสูง จึงมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน
นักเศรษฐศาสตร์รายหนึ่งระบุว่า แม้ยังมีปัจจัยลบอย่างต่อเนื่องและเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย แต่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น 1.7% เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยหุ้น Societe Generale เพิ่มขึ้น 1.7% และหุ้น Banco BPM พุ่งขึ้น 4.3% หลังมีกระแสข่าวว่า UniCredit และ Credit Agricole กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการเข้าดำเนินการร่วมกันกับธนาคารอิตาลีแห่งนี้
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น 1.7% หลังความต้องการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลับมาฟื้นตัว และช่วยหนุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจชิป อาทิ Soitec และ Aixtron
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานลดลง 0.8% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์มีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. หลังมีรายงานว่าปริมาณน้ำมันที่ขนส่งออกจากอ่าวเปอร์เซียสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านยังคงดำเนินอยู่
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ตลาดยังคงเคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวัง มากกว่าการเปิดรับความเสี่ยงอย่างเต็มที่ โดยแรงหนุนหลักมาจากราคาน้ำมันที่ลดลงและความแข็งแกร่งของหุ้นเทคโนโลยี ซึ่งช่วยชดเชยความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นล่าสุด
ดัชนี DAX ของเยอรมนีปรับตัวขึ้น 1.1% ขณะที่นักลงทุนประเมินผลการเลือกตั้งระดับรัฐในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดยผลคาดการณ์ชี้ว่า พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด มีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด
นักลงทุนยังจับตาการประชุมระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางความสัมพันธ์ทางการค้าและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Lotus Bakeries ปรับตัวขึ้น 4.4% หลัง Jefferies เริ่มต้นบทวิเคราะห์หุ้นดังกล่าว พร้อมให้คำแนะนำซื้อ
หุ้น Nordnet ของสวีเดนเพิ่มขึ้น 5.7% หลังธนาคารดิจิทัลและแพลตฟอร์มนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์แห่งนี้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน
ในทางกลับกัน หุ้น Novo Nordisk เป็นหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 โดยร่วงลง 7.7% หลังผู้บริหารเผชิญคำถามอย่างหนักในงาน Capital Markets Day เกี่ยวกับอำนาจในการกำหนดราคายาและกลยุทธ์การทำข้อตกลงทางธุรกิจ ก่อนที่สิทธิบัตรยาหลายรายการของบริษัทจะหมดอายุในเร็ว ๆ นี้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช