เบื้องหลัง “ซีพี-เมจิ” นมพาสเจอร์ไรซ์อันดับ 1 มัดใจผู้บริโภคด้วยนมโคแท้ อร่อย สดใหม่ คุณภาพระดับญี่ปุ่น - Marketeer Online
ปัจจุบันตลาดนมพาสเจอร์ไรส์ในประเทศไทยมีมูลค่ารวมสูงถึงประมาณ 15,000 ล้านบาท ความน่าสนใจคืออัตราการเติบโตในระดับตัวเลขสองหลัก (Double-digit) ที่มาจากกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงเช่น นมโปรตีนสูง (High Protein) และนมปราศจากน้ำตาลแลกโตส (Lactose Free) ซึ่งกลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดอุตสาหกรรมนมไทยในยุคนี้
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ยังดึงดูดให้มีผู้เล่นรายใหม่ (New Players) ตบเท้าเข้ามาร่วมชิงเค้กในตลาดอย่างคึกคัก ทว่าในมุมมองของผู้นำตลาดอย่าง ซีพี-เมจิ การเกิดขึ้นของคู่แข่งรายใหม่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่คือโอกาสในการขยายน่านน้ำใหม่ทางธุรกิจ
อภิสิทธิ์ ธีรภาพรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าวถึงมุมมองในเรื่องนี้ว่า
“ผมคิดว่าการมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามา ช่วยทำให้ตลาดมีความตื่นตัวและไม่หยุดนิ่ง ส่งผลให้เกิดการเติบโตที่ดียิ่งขึ้น เพราะพวกเราได้ช่วยกันขยายกลุ่มลูกค้า และร่วมกันผลักดันให้ภาพรวมธุรกิจเติบโตไปพร้อมๆ กัน”
แม้จะมี New player เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ในตลาดนมพาสเจอร์ไรส์ของไทย “ซีพี-เมจิ” (CP-Meiji) ครองทั้งส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% ขณะเดียวกันยังครองพื้นที่ในใจผู้บริโภคด้วยการคว้ารางวัล No.1 Brand Thailand 2026 ปี แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของคนไทย ติดต่อกันเป็นปีที่ 2
“การที่ผู้บริโภคเลือกเราเป็นแบรนด์อันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 คือสิ่งที่ตอกย้ำว่าสิ่งที่เราทำมาตลอดนั้นมาถูกทาง และสะท้อนว่าเราเข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็ว”

ประโยชน์ที่มาพร้อมความอร่อย สดใหม่ ในคุณภาพสม่ำเสมอและมั่นใจได้ตลอดอายุสินค้า คือ รากฐานความไว้วางใจตลอด 37 ปี
หากเปรียบเทียบแบรนด์เป็นคน ซีพี-เมจิ คือเพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างและเติบโตไปพร้อมกับคนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 37 ปี การเดินทางอันยาวนานนี้สร้างรากฐานของแบรนด์ (Brand Fundamental) ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งยวด นั่นคือ “ความน่าเชื่อถือ” (Credibility) และ “ความสม่ำเสมอ” (Consistency)
ความลับเบื้องหลังความไว้วางใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น คือกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลก พร้อมระบบการตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) ภายใต้มาตรฐานญี่ปุ่นที่เข้มงวดที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่านมทุกขวดมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ที่สำคัญ ซีพี-เมจิ ยึดมั่นในปรัชญาการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ยอมประนีประนอมระหว่าง “ความอร่อย” และ “สุขภาพ” ด้วยความเชื่อที่ว่า “ผู้บริโภคไม่ควรถูกบังคับให้ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ที่ดีต้องมอบทั้งสุนทรียภาพแห่งรสชาติและคุณประโยชน์ทางโภชนาการที่ครบครัน”
ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์ยังชูจุดแข็งเรื่องความอร่อยสดใหม่พร้อมประโยชน์ที่ “ตรงปก” ตรงหน้าฉลากในทุกขวดเพื่อสร้างประสบการณ์การบริโภคที่ไม่มีคำว่าผิดหวัง
“เรายืนหยัด และหนักแน่นว่า สินค้าของเราทุกขวดทุกถ้วยต้องสดใหม่ มีสารอาหารที่ครบถ้วน ตรงปก ตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงงานจนถึงวันสุดท้าย จะต้องได้สารอาหารหรือ Nutrition ครบไม่ขาด รวมไปถึง คุณภาพ รสชาติ หรือความอร่อย ต้องได้มาตรฐานคงที่ต่อเนื่อง”
พลิกโฉมสู่การดูแล “Health Span” ของคนไทย
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ (Turning Point) ของ ซีพี-เมจิ คือการปรับเปลี่ยนมุมมองและบทบาทของแบรนด์ จากเดิมที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกับการดื่มนมเพื่อความแข็งแรงของร่างกายทั่วไป ซีพี-เมจิยกระดับเป้าหมายสู่การขับเคลื่อนเทรนด์ “Health Span” หรือการมีสุขภาพที่แข็งแรง ควบคู่ไปกับการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวของทุกช่วงวัยผ่านแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
ในอดีต นมโปรตีนสูงอาจจำกัดวงอยู่เฉพาะกลุ่มคนออกกำลังกายหรือนักกีฬาที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ในวันนี้ ซีพี-เมจิ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายของสินค้าโปรตีน (Target Group Expansion) ไปสู่กลุ่มที่ใส่ใจดูแลสุขภาพและรูปร่าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่กว้างและหลากหลายขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็กวัยเจริญเติบโตที่ต้องการโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโต กลุ่มวัยทำงานที่ต้องการดูแลสุขภาพและรูปร่าง ไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการโปรตีนเพื่อเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อก็หันมาดื่มนมกันมากขึ้นโดยเฉพาะนมโปรตีน ทำให้ซีพี-เมจิ ไม่หยุดในการพัฒนาและปรับปรุงสูตรสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของทุกกลุ่มให้มากขึ้น ซึ่งคุณอภิสิทธิ์ได้เล่าถึงทิศทางความเปลี่ยนแปลงนี้ว่า
เทรนด์ของผู้บริโภควันนี้ไม่ได้สนใจแค่เรื่องคุณค่าทางโภชนาการ แต่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ Health Span (ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี) มากขึ้น เพราะทุกคนอยากแข็งแรงอ่อนเยาว์ทำอะไรได้มากกว่าอายุ และไม่ได้ต้องการแค่อายุยืนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาพร้อมกับสุขภาพที่ดีอย่างยาวนานด้วยครับ

จากเมจิ ไฮโปรตีนสู่เมจิอัพ อัพโปรตีนให้นมโคแท้ ในรูปแบบโปรตีนที่เข้าถึงง่ายตอบโจทย์ผู้บริโภคพร้อม สนับสนุนเกษตรกรไทย
ในธุรกิจ FMCG ความเร็วคือสิ่งสำคัญ ซีพี-เมจิ ขึ้นชื่อว่าเป็นองค์กรที่ขยับตัวเร็วเพื่อตอบรับกับไดนามิกของผู้บริโภคอย่างฉับไว พร้อมนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาสินค้าให้ตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคมากขึ้น และไม่หยุดที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด เพื่อนำเสนอสิ่งใหม่ๆ และแก้ Pain Point ของผู้บริโภคอยู่เสมอ
ตัวอย่างที่เห็นชัดและถือเป็นการเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญของตลาดนมโปรตีนสูงที่แข่งกันอยู่ตัวเลขปริมาณโปรตีนเป็นหลัก คือการเปิดตัว “นมเมจิ อัพ” (Meiji Up) นมพาสเจอร์ไรส์สูตรอัพโปรตีน เพิ่มคุณประโยชน์ ที่เข้ามาเขย่าและปฏิวัติวงการนมโปรตีนสูง ด้วยการชูจุดขายที่นวัตกรรมกระบวนการกลั่นเย็น (Cold Filtration) จนได้น้ำนมสดที่เข้มข้น มีโปรตีนเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ มอบความสดใหม่ หอมอร่อยนมโคแท้ พร้อมเนื้อสัมผัส (Texture) ที่ละมุน ดื่มง่าย และยังเป็นสูตรปราศจากน้ำตาลแลคโตส (Lactose Free) และมีการเสริมกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ถึง 9 ชนิด ไม่ได้เน้นแข่งขันที่ตัวเลขปริมาณโปรตีนเหมือนตลาดนมโปรตีนสูงแต่เปลี่ยนมาชูจุดขายด้านนวัตกรรม ความเป็นธรรมชาติ พร้อมสารอาหารที่เหมาะสมที่ผู้บริโภคต้องการ
นอกจากนมเมจิ อัพจะดื่มง่าย อุดมด้วยสารอาหารหลายชนิดและกรดอะมิโนถึง 9 ชนิด แต่ยังใช้ปริมาณน้ำนมที่มากเพื่อให้ได้โปรตีนที่สูงขึ้นซึ่ง ถือว่ามีส่วนช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน”

AI และ Digital ในอุตสาหกรรม FMCG เครื่องมือเร่งความเร็ว แต่ “หัวใจ” ยังคงเป็นมนุษย์
เมื่อเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง AI และเครื่องมือดิจิทัลก้าวเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น ซีพี-เมจิ ก็เป็นหนึ่งในองค์กรผู้นำที่หยิบยกเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาเสริมทัพอย่างมีประสิทธิภาพ แบรนด์ใช้ AI ในการนำข้อมูล Consumer Insights และ Data ต่างๆ มาประมวลผลเพื่อประหยัดเวลาและเพิ่มความเร็วในการพัฒนานวัตกรรมสินค้าให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม อภิสิทธิ์ ได้ฉายวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการวางตำแหน่งของเทคโนโลยี โดยมองว่า AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเพียงแค่ “ผู้ช่วยที่ทรงพลัง” แต่ไม่ใช่ “ผู้กำหนดทิศทาง” เพราะมิติของการสร้างแบรนด์ที่มีชีวิตและจิตวิญญาณยังคงต้องพึ่งพาคุณลักษณะพิเศษที่มีแต่ “มนุษย์” เท่านั้นที่เข้าใจ
“บทบาทสำคัญที่สุดของ AI ในเวลานี้ คือเรื่องของความเร็วที่ช่วยให้เราวิเคราะห์เอาข้อมูลมาใช้ได้ดีมากขึ้น แต่ในเรื่องของความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งและการกำหนดทิศทางของการนำไปใช้ ผมว่าทั้ง AI และเทคโนโลยีดิจิทัลยังไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภคได้เท่ามนุษย์ เพราะฉะนั้นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกและการสร้างประสบการณ์ จึงยังจำเป็นต้องใช้มนุษย์และความเป็นผู้เชี่ยวชาญของเรา มาleadการทำงานผสานร่วมกับ AI ในฐานะผู้ช่วย”
การเดินทางที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ของ ซีพี-เมจิ ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ที่หยั่งรากลึกอยู่ในใจของผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืนนั้น คือแบรนด์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ ความน่าเชื่อถือ และความสม่ำเสมอที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง
“แบรนด์ที่แข็งแกร่งไม่ได้หมายถึงแบรนด์ที่มียอดขายหรือส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด แต่คือแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ สม่ำเสมอ มอบสินค้าที่ตรงตามที่แบรนด์สื่อสาร และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภคเสมอ”
ในตอนท้าย คุณอภิสิทธิ์เป็นตัวแทนของแบรนด์ ซีพี-เมจิ ขอบคุณจากหัวใจไปยังผู้บริโภคคนไทยทุกคนที่ร่วมสนับสนุนและส่งต่อพลังแห่งความเชื่อมั่นจนทำให้แบรนด์คว้ารางวัล No.1 Brand Thailand 2026 นี้มาครองได้สำเร็จ
“ความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมอบให้ คือแรงผลักดันให้เราพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง เราจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่อร่อย มีคุณภาพ และมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้ซีพี-เมจิเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนในระยะยาว” คุณอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย