เยนจ่อทำสถิติแข็งค่าสุดรอบ 1 เดือน รับอานิสงส์สกุลเงินปลอดภัย

สกุลเงินเยนของญี่ปุ่นมีแนวโน้มทำสถิติแข็งค่ารายวันมากที่สุดในรอบ 1 เดือนในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการร่วงลงของตลาดหุ้น, ราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง, สงครามในตะวันออกกลาง และความเสี่ยงที่ผลตอบแทนจากการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอนาคตอาจไม่เป็นไปตามคาด

เยน ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเดือนตุลาคม ได้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในวันนี้ ส่งผลให้ดอลลาร์ร่วงลง 0.6% สู่ระดับ 157.27 เยนต่อดอลลาร์ และมีแนวโน้มปรับตัวลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนก.ย. นอกจากนี้ เยนยังแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร และปอนด์

คริส ซิคลูนา หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจของบริษัทไดวา แคปิตอล มาร์เก็ตส์ กล่าวถึงการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อังกฤษ และญี่ปุ่นว่า AI กำลังทำให้นักลงทุนวิตกกังวล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันและสถานการณ์ในฝรั่งเศส เห็นได้ชัดว่าขณะนี้ตลาดอยู่ในภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ รวมทั้งพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่ได้รับประโยชน์จากกระแสดังกล่าวในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา

ตลาดคาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.25% ในการประชุมสัปดาห์หน้า ขณะที่ข้อมูลจากตลาดสะท้อนว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง จนทำให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 2% ภายในสิ้นปี 2570

ความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของฝรั่งเศสในการจัดการภาระหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาลได้ส่งผลกระทบต่อพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศส และทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับประเทศอื่น ๆ ในยูโรโซนที่มีภาระหนี้สูงเช่นกัน ซึ่งกลายเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินยูโร

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทั่วฝรั่งเศสในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากทางการเมืองในการควบคุมการขาดดุลงบประมาณของประเทศ

สัปดาห์หน้าได้ชื่อว่าเป็น Central Bank Super Week เนื่องจากจะมีธนาคารกลางถึง 5 แห่งในกลุ่มประเทศ G10 ที่จัดการประชุมนโยบายการเงิน ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ (FED), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), ธนาคารกลางแคนาดา (BOC) และธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ)

ทั้งนี้ หากเรียงตามกำหนดเวลา ในวันพุธที่ 28 ต.ค. จะมีการประชุมของธนาคารกลาง 3 แห่ง เริ่มจาก RBNZ ต่อด้วย BOC และ FED ส่วน ECB จะจัดการประชุมในวันพฤหัสบดีที่ 29 ต.ค. และสุดท้าย BOJ จัดการประชุมในวันศุกร์ที่ 30 ต.ค.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ในบรรดาธนาคารกลางทั้ง 5 แห่ง มีเพียง RBNZ เท่านั้นที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่วนธนาคารกลางอีก 4 แห่งจะคงอัตราดอกเบี้ย

จากการสำรวจนักวิเคราะห์พบว่า RBNZ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.00%, BOC จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 2.25%, FED จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.75-4.00%, ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 2.50% และ BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.25%

สำหรับ FED นั้น มีรายงานว่า FED ไม่ต้องการปรับอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธที่ 28 ต.ค. ก่อนที่สหรัฐจะจัดการเลือกตั้งกลางเทอมในวันอังคารที่ 3 พ.ย.เพียงไม่กี่วัน เนื่องจากเฟดไม่ต้องการถูกมองว่าทำการปรับขึ้นหรือปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อเอื้อประโยชน์หรือกระทบต่อคะแนนเสียงของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า FED, ECB และ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธ.ค.

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ