โรม ซัด อนุทิน นั่ง มท.1 หลายสมัย จะปัดรับผิดชอบโกงสอบท้องถิ่นไม่ได้ เชื่อ ระดับบิ๊ก ไฟเขียว จนเกิดมหากาพย์ทุจริต

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.00 น.

โรม จี้เคส โกงสอบท้องถิ่น ต้องมีคนรับผิดชอบ อนุทิน เป็น มท.1 มาหลายสมัยจะปัดไม่ได้ เชื่อ ระดับบิ๊ก ไฟเขียว จนเกิดมหากาพย์ทุจริต ข้องใจอาจลามมีข้อหาอั้งยี่-อาชญากรรมลักษณะอื่นด้วย

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นว่า สัปดาห์ที่แล้วให้น้ำหนักไปในเรื่อง TOR ที่บอกว่ารัดกุมแต่ไม่ได้รัดกุมเลย ในแง่ของการปกป้องข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ เพราะข้อมูลต่างๆที่มีการอ้างถึงในแฟลชไดร์ฟไม่ได้มีการเข้ารหัสอะไรเลย ฉะนั้นการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูลสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งในวันนี้ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้เดินทางมาให้ข้อมูลในวันนี้เนื่องจากมศว. ตกเป็นเป้าสำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น วันนี้ทางมศว จะได้มาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น 


นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบว่า ก่อนที่มศว จะเข้ามาเป็นผู้รับจ้างจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีมหาวิทยาลัยบูรพา น่าจะได้รับเป็นคู่สัญญา แต่ต่อมาอาศัยอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) และมีการอ้างถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จึงได้มีการทำหนังสือไปที่กรมบัญชีกลาง เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงคู่สัญญา ที่จากเดิมเป็นม.บูรพา กลายเป็นมศว ซึ่งในวันนั้นมีการอ้างว่า ม.บูรพา มีการทุจริตคอรัปชั่น ปรากฏว่าเอาม.บูรพาออก มาจนถึงวันนี้เป็น มศว ไม่รู้ว่าทุจริตหนักกว่าเดิมหรือไม่ ก็เป็นที่น่าสังเกตอยู่เหมือนกัน ว่าความไม่ชอบมาพากลของการจัดสอบเป็นเวลานาน และดูเหมือนภาครัฐก็ไม่ได้มีมาตรการอะไร ที่จะนำไปสู่การป้องกัน การทุจริตการสอบได้จริง

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า การประชุมของ กสถ. ที่จะต้องมีหน้าที่ประกาศรายชื่อ แต่การประกาศรายชื่อของกสถ. ที่จะต้องมีรายนามของผู้ที่สอบได้ แต่ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้นจริงๆ ทั้งที่จำเป็นต้องตรวจสอบรายชื่อก่อน และการตรวจสอบรายชื่อคงไม่ใช่แค่ดูว่า มศว รายงานมาอย่างไร แต่ต้องเอาข้อมูลมาตรวจสอบ ทั้งแฟลชไดร์ฟ แม้กระทั่งกระดาษคำตอบ เพราะการประกาศรายชื่อเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด และทุกอย่างกลายเป็นทุจริตไปหมด จนนำไปสู่การบรรจุคนนับหมื่น สิ่งเหล่านี้ยอมรับไม่ได้ จะมาบอกว่าเป็นความสะเพร่า บกพร่องโดยสุจริต จนรับไม่ได้เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และสอดคล้องกับการทุจริตการสอบที่เชื่อได้ว่า มีการว่าจ้างด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล และอาจจะมีเม็ดเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายพันล้าน

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุมกมธ.ฯวันนี้ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ที่เกี่ยวพันกับการยึดอายัดเส้นทางการเงิน เพราะการกระทำความผิดและทุจริตแบบนี้เป็นเรื่องเงิน ดังนั้นการยึดอายัดเงินเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำไม่จำเป็นต้องรอให้เขาโยกย้ายถ่ายโอนไปที่อื่นก่อน แล้วสุดท้ายความเสียหายเหล่านี้ก็ไม่สามารถยึดอายัดได้ จนกลายเป็นปัญหาต่อไป ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ที่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำการทุจริต และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องทุจริตอย่างเดียว น่าจะมีข้อหาอั้งยี่ หรือเป็นอาชญากรรมในลักษณะอื่นๆอีกหรือไม่ ซึ่งต้องไปหารือในที่ประชุม ส่วนกรณีที่มีการเชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพราะได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้รับความร่วมมือมากแค่ไหน

เมื่อถามถึงการเพิกถอนรายชื่อ 5,000 กว่าคนคนที่ยังเป็นข้อถกเถียงอยู่ว่าเป็นอำนาจใคร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นเพิกถอนเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ตอนนี้มี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่บรรจุเข้าไปแล้วจะทำอย่างไรต่อ และอีกกลุ่มคือยังไม่ได้เข้าบรรจุ แต่เบื้องต้นขอดูในประเด็นที่ใครจะต้องรับผิดชอบกับกรณีนี้แล้วจะจบอย่างไร ส่วนรายชื่อที่มีปัญหาจะมีมากน้อยแค่ไหนนั้น จากการที่ใช้ฐานข้อมูลจากแฟลชไดร์ฟ ก็ไม่รู้ว่าแฟลชไดร์ฟ ผ่านการแก้ไขมาแล้วหรือไม่ อาจจะเป็นการแก้ไขยังไม่เสร็จ หรืออาจจะเป็นการแก้ไขเสร็จแล้ว เพื่อจำกัดความเสียหายก็ได้

"วันนี้ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงเอกสารได้ คำตอบตรงๆผมไม่มั่นใจจริงๆ ว่าข้อมูลที่ออกมา เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ดังนั้นต้องกลับไปที่กระดาษคำตอบก่อนและตรวจสอบ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรตั้งประเด็นเฉพาะคดีทุจริต อาจจะเป็นอั้งยี่หรือข้อหาอื่นๆ และรวมไปถึงการยึดอายัดทรัพย์ เพื่อไล่ดูเส้นทางการเงินด้วย แต่แน่นอนข้อจำกัดของเรื่องนี้ การจ่าย จ่ายเป็นเงินสด คงไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยๆ เส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึง อย่างน้อยก็ควรจะมีมาตรการอะไรออกมา" นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่าการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก.กลาง) เพื่อพิจารณาเพิกถอนการบรรจุ 5,928 คน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ถูกเลื่อนออกไป มีนัยยะอะไรหรือไม่ ทางนายกรัฐมนตรีพยายามปัดเรื่องนี้ให้พ้นตัวหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีข่าวมาเยอะว่ามีความพยายามตัดตอน ไม่ให้เชื่อมกับการเมือง ตนก็ไม่รู้ว่าเชื่อมถึงใครบ้าง แต่ขอให้ทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐานจริงๆ ไม่ใช่ใช้กระบวนการหรือดำเนินการแบบไม่รับผิดชอบ แล้วตัดตอนเพื่อช่วยเหลือใครบางคน อย่างก่อนหน้านี้ที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาโทษไปที่ฝ่ายเลขาฯ ในการเสนอชื่อเข้ามา ตนคิดว่าการพูดแบบนั้นไม่รับผิดชอบต่อข้อเท็จจริง

"ท่านทั้งหลายเป็นกรรมการมีเบี้ยเลี้ยงเบี้ยประชุม ท่านทั้งหลายมีหน้าที่ที่ต้องตรวจสอบเรื่องนี้โดยละเอียด ถ้าเกิดว่ามีการสั่งให้ดำเนินการแล้วในการตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ต้องมาดูผิดพลาดที่ตรงไหน แต่อย่าเพิ่งไปโยนความรับผิดให้กับกลุ่มคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเอาทุกคนเข้ามาสู่ผังของผู้น่าสงสัย ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตแบบนี้ ถ้าระดับบิ๊กๆไม่ส่งสัญญาณไฟเขียว ผมคิดว่าเราคงไม่เห็นมหากาพย์การทุจริตที่ทำเป็นขบวนการขณะนี้แน่นอน" นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีเดินทางไปพบ อปท. ที่สวนนงนุช จ.ชลบุรี มีนัยยะอะไรหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้เราสงสัยทุกคน แต่นายกรัฐมนตรีจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ส่วนนัยยะการไปพบผู้บริหารท้องถิ่น ต้องรอดูหลังจากเหตุการณ์ไปพบกันก่อน

“แต่ขอให้สังคมรู้ว่าวันนี้ สังคมสงสัยในเรื่องการสอบท้องถิ่น และดูเหมือนนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นรมว.มหาดไทยมานาน ดังนั้นจะมาปัดความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้ เด็ดขาด" นายรังสิมันต์ กล่าว