รวบอดีตหัวหน้าฝ่ายขาย จ้างอดีตแฟนต่างชาติ วางเพลิงเผาบริษัท หวังล้างหลักฐานโกง 10 ล้าน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 29 กันยายน พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รองผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม พร้อมฝ่ายสืบสวนสน.เพชรเกษม ร่วมกันจับกุมตัว นายเอมเรส บาดาส อายุ 31 ปี สัญชาติ ตุรกี ผู้ต้องหาคดี“วางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือน” ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 1237/2569 ลงวันที่ 26 กันยายน โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องในคอนโดดัง ดินแดง-ราชปรารภ ถ.อโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ และ น.ส.ชนกนันท์ หรือ หวาน อายุ 40 ปี ชาวกทม. ผู้ต้องหาคดี”เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นวางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือน” ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 1239/2569 ลงวันที่ 28 กันยายน จับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 234 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ แขวงและ เขตหนองแขม กรุงเทพฯ

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.49 น. วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.เพชรเกษม ได้รับแจ้งเหตุจาก ศูนย์วิทยุ สน.เพชรเกษม ว่ามีเหตุเพลิงไหม้ บริษัท แห่งหนึ่ง เลขที่82/358-359 โครงการสำเพ็ง2 แขวงและ เขตบางแค กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา 3 ชั้นครึ่ง ชั้น 1-3 เป็นออฟฟิศ เพลิงลุกไหม้ชั้นล่างลุกลามขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวัสดุภายในเป็นพวกเฟอร์เอร์ โต๊ะทำงานและเอกสาร เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 นาที เพลิงจึงสงบ เพลิงลุกไหม้เสียหายประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต

ภายหลังเพลิงสงบพ.ต.อ.ปราโมทย์ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาจุดกำต้นเพลิง จึงพบว่าจุดต้นเพลิงอยู่ที่ตู้ใส่เอกสารชั้น1 จำนวน2จุด ซึ่งตรงนั้นไม่มีปลั๊ก หรือสวิตช์ไฟ ที่อาจจะลัดวงจร และได้กลิ่นน้ำมันเบนซิน จึงมั่นใจได้ว่าเป็นการวางเพลิง ประกอบกับนายสัญญา ผู้บริหารบริษัท ให้รายละเอียดกับพนักงานสอบสวนว่า ออฟฟิศนี้มีพนักงานประมาณ 50 คน ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับถังบำบัด มีโรงงานผลิตอยู่ที่จ.สมุทรสาคร และตู้เก็บเอกสารที่เป็นจุดกำเนิดเพลิงได้เก็บเอกสารที่บริษัทสั่งฟ้องน.ส.ชนกนันท์ หัวหน้าฝ่ายขาย ที่แอบยื่นยอดขายปลอมให้กับบริษัทบัญชี กระทั่งปี 2569 บริษัทจับได้ว่าน.ส.ชนกนันท์ โกงเงินบริษัทเป็นเงินกว่า 6 แสนบาท จึงได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สน.เพชรเกษม และน.ส.ชนกนันท์ได้ยอมไกล่เกลี่ยคืนเงินให้ 6 แสนบาท แต่เมื่อตรวจสอบย้อนหลังไป 10 ปี ทำให้พบความเสียหายมากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดเก็บไว้ในตู้เอกสารนี้

เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องจึงได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดด้านหน้าบริษัท ทำให้ทราบว่า มีชายชาวต่างชาติ สวมหมวกันน็อกแบบเต็มใบ ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าขี่รถจยย.ฮอนด้า สกูปปี้ สีชมพู ขาว มาจอดหน้าบริษัทและใช้คีมตัดกุญแจสายยูเข้าไปก่อเหตุ จึงได้ตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองรถ ปรากฏว่าเป็นบริษัทรถเช่าอยู่ย่านทองหล่อ โดยปรากฏชื่อผู้เช่าคือนายเอมเรส เช่าตั้งแต่วันที่ 22-24 กันยายน วันละ 200 บาท รวมยอดจ่าย 600 บาท และได้นำรถไปส่งคืนวันที่ 25 กันยายนหลังจากก่อเหตุ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่พักของนายเอมเรส กระทั่งตามไปรวบตัวมาได้ดังกล่าว สอบสวนนายเอมเรส ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากน.ส.ชนกนันท์ ซึ่งเป็นอดีตแฟนสาวที่ตนรักมาก แต่เพิ่งเลิกรากันได้ประมาณ 2 เดือน โดยอดีตแฟนสาวโทรศัพท์มาเล่าให้ฟังอ้างว่า ถูกบริษัทฟ้องร้องเรียกเงินกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งชดใช้ไปแล้ว 6 แสน แต่บริษัทไม่ยอมรวบรวมเอกสารย้อนหลังจำนวนมากเพื่อใช้เป็นหลักฐาน จึงจ้างตนเป็นเงิน1หมื่นบาท ให้เข้าไปช่วยเผาบริษัททั้งหมด

ซึ่งน.ส.ชนกนันท์ โอนเงินให้ตนมาแล้วครั้งแรก 1 พันบาท ครั้งที่ 2 อีก 5 พันบาท ตนเหมารถแท็กซี่มาดูลาดเลาก่อน 2 วัน และน.ส.ชนกนันท์ได้เอากุญแจสำรองมาให้ตนที่ห้างแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 22 แถมกำชับว่าไม่แน่ใจว่าเจ้าของจะเปลี่ยนกุญแจหรือเปล่า ให้ตนซื้อคีมตัดเหล็กเตรียมไปด้วย ตนจึงไปซื้อคีมตัดเหล็กจากร้านขายวัสดุก่อสร้าง แล้วเช่ารถจยย. ก่อนก่อเหตุได้ขี่รถจยย.ไปเติมน้ำมันเบนซินจนเต็มถัง แล้วเอามาดูดออกใส่ขวดน้ำโพลาลิสขนาด 1.5 ลิตรได้ 2 ขวด จากกนั้นได้ไปที่บริษัท ลองเอากุญแจสำรองไขกุญแจ ปรากฏว่าไขไม่ได้ จึงใช้คีมตัดเข้าไปก่อเหตุ แต่ตนคิดว่าอาจมีคนพักอาศัยอยู่ จึงได้เผาแค่ตู้เก็บเอกสาร ไม่คิดว่าจะลุกลามไหม้หมดทั้งอาคาร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลตามไปรวบตัวน.ส.ชนกนันท์ ได้ที่บ้านพักดังกล่าว จากการสอบสวนน.ส.ชนกนันท์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุจริง และได้นำเงินทั้งหมดที่ยักยอกมาไปใช้ส่วนตัวและทำศัลยกรรมทั้งร่าง เพื่อให้หนุ่มๆสนใจ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป