10 สัญญาณหัวใจขาดเลือด ไม่ได้มีแค่เจ็บหน้าอก นักกีฬาฟิตก็เสี่ยงได้ - ข่าวสด

หมอแอร์ เผย 10 สัญญาณหัวใจขาดเลือด ไม่ได้มีแค่อาการเจ็บหน้าอก บางคนนึกว่าเป็นกรดไหลย้อน-เครียด นักกีฬาฟิตก็มีความเสี่ยงได้

นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา หรือ “หมอแอร์” หมอหัวใจและการกีฬา นักไตรกีฬาและอายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ชำนาญการด้าน Sports Cardiology โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Akanis Srisukwattana ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจขาดเลือด ระบุว่า 10 สัญญาณหัวใจขาดเลือด ที่หมอหัวใจอยากให้ทุกคนรู้

ถอดบทเรียนจากเคส สามีคุณครูทราย โรคหัวใจขาดเลือดไม่ได้มีแค่อาการเจ็บหน้าอกแบบในตำรา จุกกลางหน้าอกร้าวไปที่ไหล่ซ้าย บางคนมีอาการไม่ชัด จนคิดว่าเป็นกรดไหลย้อน เหนื่อยธรรมดา หรือความเครียด

ผมอยากส่งต่อ 10 ข้อที่สำคัญให้คนทั่วไประวังและรู้เท่าทันโรคหัวใจขาดเลือดครับ

1.ไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่า “เจ็บ”

บางคนไม่ได้เจ็บ แต่รู้สึกแน่น หนัก บีบ อึดอัด หรือเหมือนมีของทับกลางหน้าอก อาจร้าวไปแขน ไหล่ คอ กราม หรือหลังได้

2.จุกลิ้นปี่เหมือนกรดไหลย้อน ก็เป็นโรคหัวใจได้

อาการจุก แน่น แสบร้อน หรือเหมือนอาหารไม่ย่อย อาจมาจากหัวใจได้ โดยเฉพาะถ้าเกิดเวลาเดินเร็ว วิ่ง หรือออกแรง ให้ความสำคัญมากๆ ถ้าคนไข้ต้องตื่นมากลางคืนมาโรงพยาบาล แสดงว่าอาการเจ็บนั้นน่าจะไม่ปกติ

3.เหนื่อยง่ายกว่าปกติ บางครั้งไม่ธรรมดา

เคยเดินขึ้นบันไดหรือวิ่งได้สบาย แต่ช่วงหลังเหนื่อยเร็ว หายใจไม่ทัน หรือออกแรงได้น้อยลง อาจเป็นอาการแทนการเจ็บหน้าอกได้ เรียก Angina Equivalent

4.อาการเกิดเวลาออกแรง ต้องระวัง

หากแน่นหน้าอก จุกลิ้นปี่ หรือเหนื่อยผิดปกติทุกครั้งที่เดินเร็ว วิ่ง หรือขึ้นบันได และดีขึ้นเมื่อพัก ต้องนึกถึงหัวใจไว้ก่อน

5.เหงื่อแตก คลื่นไส้ หรือหน้ามืด

ถ้าอาการแน่นหน้าอกร่วมกับเหงื่อแตก คลื่นไส้ หอบ เวียนศีรษะ หรือเกือบหมดสติ ถือเป็นสัญญาณอันตรายมากๆ

6.อาการเกิดตอนพักหรือรุนแรงขึ้น

เดิมเป็นเฉพาะตอนออกแรง แต่ตอนนี้นั่งเฉย ๆ ก็เป็น หรืออาการถี่ขึ้น นานขึ้น และแรงขึ้น ต้องรีบพบแพทย์

7.นักกีฬาฟิตก็เป็นได้

วิ่งเก่งหรือออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ได้แปลว่าไม่มีหลอดเลือดหัวใจตีบ ความฟิตอาจทำให้ร่างกายชดเชยได้ดีจนยังไม่แสดงอาการชัด วันดีคืนร้ายหัวใจขาดเลือดฉับพลัน เสียชีวิตทันที แข่งกีฬาต้องตรวจคัดกรองเพื่อลดความเสี่ยง

8.อย่ารีบสรุปว่าเป็นโรคอื่น

กล้ามเนื้ออักเสบ กรดไหลย้อน และความวิตกกังวล อาจมีอาการคล้ายโรคหัวใจ หากเป็นอาการใหม่หรือไม่เหมือนเดิม ควรประเมินใหม่ทุกครั้ง

9.ผลตรวจครั้งแรกปกติ ยังไม่จบ

คลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือค่าเลือดหัวใจครั้งแรกอาจปกติได้ โดยเฉพาะถ้าตรวจเร็วเกินไป และค่า troponin ปกติก็ไม่ได้ตัดโรคหลอดเลือดหัวใจทุกชนิด

10.ต้องดูทั้งอาการและความเสี่ยง

อาการเดียวกันในคนอายุน้อยกับคนที่มีเบาหวาน สูบบุหรี่ ไขมันสูง ความดันสูง หรือมีประวัติครอบครัวโรคหัวใจก่อนวัย มีความเสี่ยงไม่เท่ากัน

บางครั้งเกิด long tail ความเสี่ยงน้อย ดูแล้วไม่น่าจะเป็นโรคหัวใจก็เกิดโรคหัวใจได้ เพราะคนเรามีความหลากหลายทางพันธุกรรม ถ้าไม่แน่ใจตรวจให้ชัดเจนจนแน่ใจ เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลาไปตรวจได้ คนไข้อาจเสียชีวิตจากโรคหัวใจจากการพลาดการวินิจฉัยได้ครับ

11.เพิ่มข้อนี้ second opinion ทำได้เสมอ

ถ้าไม่แน่ใจข้องใจการรักษาของแพทย์ สามารถขอ second opinion จากแพทย์ท่านอื่นได้ ทั้งในโรงพยาบาลเดียวกันหรือต่างโรงพยาบาล เพราะ human error เกิดได้เสมอไม่ว่าจะเป็นแพทย์ก็ตาม ไม่ต้องเกรงใจหมอ

AI ก็เก่งขึ้นเยอะมาก เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับหมอและคนไข้เลยครับ ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ครับ

ที่มา : Akanis Srisukwattana