ทุเรียนชายแดนใต้แสนตัน ต้นทุนพุ่งราคาต่ำรอบ 10 ปี
ทุเรียน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ออกผิดฤดู อากาศแปรปรวน ทำผลผลิตท่วม 114,734 ตัน เสียรูปทรง หนอนเจาะ ราคาร่วงหนักสุดในรอบ 10 ปี ยะลาจังหวัดเดียวแสนตัน เพิ่มขึ้นเกินครึ่งจากปีที่แล้ว ยอดขายอ่วมเจอคู่แข่งเก็บเกี่ยวพร้อมกันทั้งภาค ปะทะทุเรียนประเทศเพื่อนบ้าน เวียดนาม-มาเลเซีย ล้งใหญ่-ห้องเย็น ผวาความไม่สงบ ไม่คุ้มเสี่ยง ดันต้นทุนโลจิสติกส์-ขนส่งพุ่ง ผู้ว่าฯ ยะลาหนุนช่วยระบายผ่านรายการวิ่งมาราธอน
สถานการณ์ทุเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ผลผลิตกำลังทยอยออกสู่ตลาดในช่วงพีก แต่ราคารับซื้อหน้าสวนปรับลดลงต่ำมาก เมื่อเทียบกับพื้นที่ปลูกทุเรียนในภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ส่งผลให้ภาครัฐและภาคเอกชนต้องเร่งหาทางระบายผลผลิตและพยุงราคา ท่ามกลางข้อจำกัดด้านต้นทุนโลจิสติกส์สูงและปัญหาความมั่นคง ยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อผู้ประกอบการล้งรายใหญ่ไม่กล้าเข้ามารับซื้อในพื้นที่
ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ระบุว่า คาดการณ์ผลผลิตทุเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ปี 2569 มีปริมาณผลผลิตรวมทั้งสิ้น 114,734 ตัน แบ่งเป็น จ.ปัตตานี 4,340 ตัน จ. นราธิวาส 17,004 ตัน และ จ.ยะลา 93,390 ตัน
ผลผลิตล้น-ออกชนฤดูทั้งภาค
แหล่งข่าวจากเจ้าของสวนทุเรียน จ.ยะลา เปิดเผยว่า ปกติตลาดทุเรียนภาคใต้จะทยอยออกตามฤดูกาลโดยเริ่มจาก จ.ชุมพร ก่อนจะปิดฤดูที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่ในปี 2569 จากสภาวะภูมิอากาศแปรปรวน ส่งผลให้ผลผลิตออกในช่วงใกล้เคียงกันหลายพื้นที่ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาทุเรียนเสียรูปทรง หรือมีผลขนาดใหญ่ผิดปกติ 6-7 กก./ลูก รวมถึงผลที่มีรอยเจาะจากแมลงและศัตรูพืช ส่งผลให้คุณภาพลดลงและราคาตกต่ำ
เจ้าของสวนทุเรียนรายนี้ประเมินว่า ทุเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มักจะมีราคาต่ำกว่าทุเรียนภาคใต้ตอนบนประมาณ 10 – 15 บาท/กก. แต่ปีนี้ราคาตกต่ำหนักสุดในรอบ 10 ปี โดยทุเรียนหมอนทองไซซ์ AB ราคารับซื้อล่าสุดเหลือ 60 บาท ลดลง 5 บาท เมื่อเทียบกับช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา 65 – 70 บาท/กก. ส่วนทุเรียนที่เสียรูปทรงหรือมีตำหนิ ราคารับซื้อเพียง 10 – 15 บาท/กก. ขณะที่ทุเรียนพื้นบ้านราคา 8-9 บาท/กก. หากมีหนอนเจาะแทบจะขายไม่ได้ เพราะราคาเหลือแค่ 2 บาท/กก.
“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ราคาตกต่ำในรอบ 10 ปี ได้แก่ ต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์สูง ทั้งค่าขนส่ง ค่าจ้างตัด และค่าคัดแยกเกรด รวมถึงเหตุความไม่สงบในพื้นที่ส่งผลให้ล้งรายใหญ่และพ่อค้าไม่เข้ามาลงทุนตั้งลานซื้อขาย หรือตั้งโรงงานห้องเย็นฟรีซดราย” เจ้าของสวนทุเรียนกล่าว
ปัจจุบัน จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส มีห้องเย็นฟรีซดรายเพียง 2 แห่ง ซึ่งไม่เพียงพอกับผลผลิต จึงเหลือเพียงผู้ประกอบการท้องถิ่นที่รวบรวมผลผลิตส่งต่อไปยังล้งใน จ.ชุมพร
กลุ่มเจ้าของสวนทุเรียนจึงเสนอให้ภาครัฐเร่งอำนวยความสะดวก เปิดโอกาสให้ล้งจาก จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช เข้ามาตั้งจุดรับซื้อในพื้นที่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร และสร้างการแข่งขันด้านราคารับซื้อให้เป็นธรรมมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมการลงทุนจัดตั้งห้องเย็นและโรงงานแปรรูปแบบฟรีซดรายด้วย
โรคระบาดซ้ำคุณภาพลด
เจ้าของสวนทุเรียนรายหนึ่งใน จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า สถานการณ์ทุเรียน จ.นราธิวาส ได้รับผลกระทบจากโรคไฟทอปธอรา (Phytophthora) และการระบาดของศัตรูพืช ส่งผลให้ทุเรียนคุณภาพลดลง รูปทรงไม่สมบูรณ์ เนื่องจากพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นที่เชิงเขา มีความชื้นสูง
นราธิวาสตั้งศูนย์รับซื้อ
นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ปี 2569 ผลผลิตทุเรียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 17,000 ตัน จึงได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาการกระจายผลผลิตและยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยจัดตั้งศูนย์คัดแยกผลไม้ระดับอำเภอ 5 อำเภอ ได้แก่ บาเจาะ, ศรีสาคร, ระแงะ, จะแนะ และสุคิริน สนับสนุนงบประมาณศูนย์ละ 1 ล้านบาท ในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรรายย่อยและส่งต่อไปยังแผงผลไม้ หรือล้งรับซื้อ
ยะลาชู 4 มาตรการอุ้มชาวสวน
นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ในปีนี้ปริมาณทุเรียนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากปี 2568 มีผลผลิต 48,000 ตัน แต่ปี 2569 มีผลผลิต 100,000 ตัน ประกอบกับช่วงเวลาเก็บเกี่ยวตรงกับแหล่งผลิตอื่น ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและเวียดนาม จึงเร่งกำหนดมาตรการป้องกันปัญหาราคาตกต่ำ ต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด และสมาคมต่าง ๆ ขับเคลื่อน 4 มาตรการหลัก กระจายผลผลิตให้เร็วที่สุด
1) กระตุ้นการบริโภคและส่งตรงทั่วไทย ผ่านกลไก กรอ. จังหวัด เชิญชวนส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ซื้อทุเรียนเป็นของฝาก
2) เร่งดูดซับผลผลิตในช่วงวิกฤต ผ่านแคมเปญ “8 เซียนทุเรียน” ในงานยะลามาราธอน ซึ่งมีนักวิ่งร่วมงานกว่า 8,000 คน จัดบูททุเรียนพันธุ์ดีหายากจากแต่ละอำเภอเช่น ทุเรียนพันธุ์ก้านยาวลิ้นจี่ จากอำเภอกรงปินัง พร้อมแจกคูปองส่วนลดและบริการจัดส่งกลับภูมิลำเนา นอกจากนี้ยังร่วมมือกับมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ จัดทำระบบพรีออร์เดอร์กระจายผลผลิตทุเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้(เป้าหมายยะลา 700 ตัน)
3) คาราวานทุเรียนบุกตลาดศักยภาพสูง ประสานพื้นที่ที่มีกำลังซื้อสูง เช่นหาดใหญ่ สงขลา ภูเก็ต และพังงา เพื่อนำคาราวานทุเรียนยะลาไปเปิดตลาดระบายผลผลิต
4) คุมเข้มความปลอดภัยและจัดระบบล้งรับซื้อ บูรณาการร่วมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลาและนายอำเภอทุกแห่ง ลงพื้นที่สำรวจและวางมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด