ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $11.30 จับตาเงินเฟ้อ-จ้างงานประเมินดบ.เฟด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (29 ก.ย.) โดยราคาฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงกว่า 3% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 11.30 ดอลลาร์ หรือ 0.27% ปิดที่ 4,179.70 ดอลลาร์/ออนซ์

นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals ให้ความเห็นว่า แม้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นหลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ แต่ตลาดยังคงเผชิญกับปัจจัยลบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง ยังเป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำ

ทั้งนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ ส่วนการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อและตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.7% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 3.7% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนก.ค.

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์นี้ (2 ต.ค.) จะเพิ่มขึ้น 98,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ 4.1%

โดย รัตนา พงศ์ทวิช