เปิดเหตุผล ทำไมบาทอ่อนค่าหนักสุดรอบ 14 เดือน จับตาสัปดาห์นี้อาจแตะ 34 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับ 33.69 บาทต่อดอลลาร์ในวันที่ 20 กรกฎาคม นับเป็นการอ่อนค่าหนักสุดในรอบ 14 เดือน จากปัจจัยหลัก ได้แก่ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ด้านกสิกรไทยและกรุงไทยคาดการณ์ว่าเงินบาทอาจแตะ 34 บาทต่อดอลลาร์ ในสัปดาห์นี้
- กสิกรไทย-กรุงไทยเปิดแนวโน้มเงินบาทสัปดาห์นี้
ดร. กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) กล่าวว่า วันนี้ (20 กรกฎาคม) ค่าเงินบาทได้อ่อนค่าลงไปแตะระดับ 33.69 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงเช้า ซึ่งนับเป็นการทำสถิติอ่อนค่าหนักสุดในรอบ 14 เดือน ก่อนที่ในระหว่างวันจะมีการปรับตัวแข็งค่ากลับมาเล็กน้อย
ดร. กาญจนา กล่าวต่อว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทอ่อนค่าในช่วงนี้มาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าสถานการณ์ที่ลากยาวจะทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น และผลักดันให้นักลงทุนหันไปถือครองเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าและกลับมากดดันเงินบาท
อีกปัจจัยสำคัญคือทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยตลาดคาดการณ์ว่าในการประชุม FOMC ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ (28-29 ก.ค.) Fed จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ตลาดยังไม่ลืมประเด็นการขึ้นดอกเบี้ย โดยมองว่ามีความเป็นไปได้ที่ Fed อาจจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ ตาม Dot Plot ท่ามกลางมีความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่ตัวเลขตลาดแรงงานและการว่างงาน แม้จะเริ่มมีอาการอ่อนแอลงกว่าที่คาด แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่ Fed จะต้องกลับมาปรับลดอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ ดร. กาญจนา ยังมองว่าการเคลื่อนไหวของเงินบาทในระหว่างวันยังมีความสัมพันธ์กับทิศทางราคาทองคำ โดยในช่วงที่ราคาทองคำถูกเทขายจนหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เป็นตัวเร่งให้เงินบาทอ่อนค่า แต่เมื่อราคาทองคำเริ่มมีการรีบาวด์กลับมา ก็ช่วยลดแรงกดดันและทำให้เงินบาทแข็งค่ากลับมาได้บ้าง
แม้สัปดาห์นี้จะมีการประกาศตัวเลขส่งออกและนำเข้าของไทย ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าไทยจะขาดดุลการค้าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ดร. กาญจนา มองว่าปัจจัยด้านการขาดดุลการค้าและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดน่าสะท้อนปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวมากกว่า และไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะกระชากให้เงินบาทเปลี่ยนทิศทางในระยะสั้นอย่างฉับพลันเมื่อเทียบกับปัจจัยเรื่องตะวันออกกลาง

รวบรวมข้อมูล ณวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 เวลา 17.00 น.
กสิกรไทย-กรุงไทยเปิดแนวโน้มเงินบาทสัปดาห์นี้
สำหรับสัปดาห์นี้ (20-24 กรกฎาคม 2569) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ดร. กาญจนา กล่าวว่า สำหรับสัปดาห์นี้ปัจจัยที่ต้องจับตาที่สุดคือสงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมัน เนื่องจากตัวเลขฝั่งอเมริกาและการให้ความเห็นของ Fed มีน้อยลง เนื่องจากอยู่ในช่วงงดให้สัมภาษณ์ (Blackout period) ก่อนการประชุม FOMC
โดยระดับดังกล่าวใกล้เคียงกับมุมมองของ Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ที่มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ที่ระดับ 33.40-34.00 บาทต่อดอลลาร์
พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มเงินบาท เรามองว่าโมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) มีกำลังมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความร้อนแรงมากขึ้น กอปรกับภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน โดยเฉพาะแรงเทขายหุ้นธีม AI/Semiconductor ซึ่งหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์
พูนกล่าวต่อว่า “เงินบาทยังคงมีโอกาสอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.75-33.80 บาทต่อดอลลาร์ อีกครั้ง (แนวต้านถัดไป 34.00 บาทต่อดอลลาร์) แต่เงินบาทมีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ไม่ยาก หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลายลง หรือผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ย
แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทจะถูกจำกัดไว้แถวโซนแนวรับ 33.40-33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวรับสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลง และผู้เล่นในตลาดเริ่มกลับมาเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการคงดอกเบี้ยของ FED (ตามที่เราประเมินไว้) ถึงจะเห็นเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นได้ต่อเนื่อง”
ภาพ: Svarun / Shutterstock