แนวโน้มราคาทอง 15 ก.ค. 69 Sideways

ทองขึ้น $51.52 จากดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ร่วง หลัง CPI แผ่ว แต่วอร์ชยังคุมเข้มเงินเฟ้อ และฮอร์มุซยังตึงเครียด

Gold spot

ราคาทองคำแท่ง

บทวิเคราะห์ แนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง รายงาน ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีการปรับตัวลง สืบเนื่องมาจากสหรัฐฯ เผยดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน / ทั่วไปเทียบรายเดือน / รายปี ออกมาน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และครั้งก่อน ซึ่งส่งผลให้ FedWatch Tools ของ CME Group ได้ปรับคาดการณ์ลงกะทันหันเป็น 15.5% จาก 41.7% ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือน ก.ค. นี้

อย่างไรก็ตาม นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ได้แถลงนโยบายการเงินต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร โดยยังคงมุ่งมั่นที่จะเอาชนะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ที่ได้สร้างปัญหาต่อครัวเรือนและภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ที่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังจากปธน.ทรัมป์ ได้บังคับใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ แต่จะใช้เฉพาะกับเรือที่เข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน หรือเรือที่บรรทุกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านเท่านั้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้สงครามสหรัฐอิหร่าน เกิดความยืดเยื้อ และอาจกดดันเงินเฟ้อ รวมถึงดอกเบี้ยเฟดในภายหลังได้ ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 2.0 ตัน

ประเด็นที่ต้องติดตาม

คืนนี้เวลา 19.30 สหรัฐฯ เผยดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน / ทั่วไป เดือน มิ.ย. เทียบรายเดือน / รายปี

วิเคราะห์ราคาทอง

ราคาทองโลกสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 4,030 ดอลลาร์ หลังประกาศตัวเลข CPI แต่ทว่าภายหลังมีการปรับตัวลงหลุดแนวต้านที่ 4,080 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวขึ้นและลงในกรอบแนวรับ / ต้าน ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,000 ดอลลาร์ คาดว่ามีโอกาสสูงที่จะปรับฐานลงต่อเนื่องอีกครั้ง

ราคาทองคำโลก

แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,030 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,080 ดอลลาร์

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 64,000 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 63,700 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 64,500 บาท