ยึดงาช้าง-ซากสัตว์ป่า มูลค่ากว่า 155 ล้าน ซุกในไม้แปรรูปกว่า 560 แผ่น

วันนี้ (26 ต.ค.2569) กรมศุลกากรตรวจยึดงาช้างและซากสัตว์ป่า หลังพบถูกซุกซ่อนอยู่ภายในไม้แปรรูปกว่า 560 แผ่น ในตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้ ที่นำเข้าจากประเทศแซมเบียผ่านท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี โดยมีการเจาะช่องภายในไม้เพื่อซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมาย

ไม้แปรรูปที่ตรวจพบมีความยาวประมาณ 2 เมตร กว้างประมาณ 50 เซนติเมตร จำนวนกว่า 560 แผ่น เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเริ่มพบความผิดปกติหลังสุ่มตรวจไม้ 32 แผ่น ก่อนขยายผลตรวจสอบและพบงาช้างกับซากสัตว์ป่าซุกซ่อนอยู่ภายใน

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อายัดตู้คอนเทนเนอร์และของกลางไว้ตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา แต่การตรวจสอบเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากผู้กระทำผิดใช้วิธีเจาะช่องภายในไม้แปรรูปเพื่อซุกซ่อนงาช้าง ก่อนเคลือบปิดทับด้วยสารพาราฟิน ทำให้วัสดุมีความหนาแน่นใกล้เคียงกัน จนยากต่อการตรวจจับด้วยเครื่องเอกซเรย์

การตรวจพบครั้งนี้เกิดจากข้อมูลด้านการข่าวที่เจ้าหน้าที่ได้รับ ทำให้สามารถตรวจสอบและเปิดโปงการสำแดงสินค้าอำพรางสิ่งของผิดกฎหมายได้ โดยยอมรับว่าเป็นการตรวจพบการลักลอบนำเข้างาช้างครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง นับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

สำหรับมูลค่างาช้างและซากสัตว์ป่าที่ตรวจพบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประเมินเบื้องต้นว่ามีมูลค่าสูงกว่า 155 ล้านบาท

หลังจากนี้จะเร่งพิสูจน์แหล่งที่มาของงาช้าง โดยส่งตัวอย่างให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจสอบดีเอ็นเอเพื่อระบุที่มา ส่วนการดำเนินคดี ตำรวจสอบสวนกลางและกรมสอบสวนคดีพิเศษจะร่วมกันสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำเข้า

ด้าน ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า รูปแบบการลักลอบนำเข้างาช้างมีการพัฒนาและซับซ้อนมากขึ้น โดยปรับเปลี่ยนวิธีการซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับวัสดุที่ใช้ปกปิด ส่งผลให้การตรวจจับด้วยเครื่องเอกซเรย์ทำได้ยากขึ้น

ส่วนปริมาณของกลางและมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงจะต้องให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประเมินอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขณะที่พฤติการณ์ของคดีมีลักษณะเป็นการกระทำความผิดข้ามชาติ มีความซับซ้อนและอาศัยความร่วมมือของบุคคลหลายฝ่าย เข้าข่ายลักษณะขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเป็นเหตุให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับดำเนินการเป็นคดีพิเศษ

สำหรับการเก็บรักษาของกลาง กรมอุทยานฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยจัดเก็บไว้ในพื้นที่ที่มีตู้เก็บของกลางและกล้องวงจรปิด เพื่อป้องกันการสูญหายและรักษาความปลอดภัยระหว่างดำเนินคดี เมื่อคดีสิ้นสุด แนวทางของกระทรวงที่เกี่ยวข้องในปัจจุบันยังไม่มีนโยบายนำของกลาง โดยเฉพาะซากสัตว์ป่า ออกขายทอดตลาด

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ทางการเคยใช้วิธีทำลายงาช้างด้วยการบดให้ละเอียด ก่อนนำไปเผาไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้งาช้าง

อ่านข่าว

ตรวจสอบที่ดินนครนายก ปมสนามวิ่งเทรล สามี "บุ๋ม ปนัดดา"

"ปรับบัญชีมาตรฐานลงโทษ" ศาลตั้ง 5 คณะอนุทำงานฯ ชำแหละ "คดีความผิดสำคัญ"

นายกฯ​ ขอ​ กทม.​แจงปมจ่าย​ 200 ล้าน สมทบ ปภ. "ชัชชาติ" เผยงบกลางเหลือ 28 ล้าน