แบงก์กรุงเทพ กำไรลดลง 16.2% ครึ่งปีแรกเหลือ 2 หมื่นล้าน

แบงก์กรุงเทพ กำไรลดลง 16.2% ครึ่งปีแรก เหลือ 2 หมื่นล้าน

ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับงวดแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท ลดลง 16.2 % เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 12.4% จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.46%

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเงินให้สินเชื่อยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของธนาคารและชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับตัวดีขึ้น จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม รวมถึงค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดทุนและกิจกรรมการซื้อขาย ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง

ส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเงินลงทุน สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง 6.5% สะท้อนถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสมควบคู่กับการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 47.1% ทั้งนี้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีจำนวน 17,435 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากการดำเนินนโยบายการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง

ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,678,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7%
จากสิ้นปีก่อน จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อลูกค้ากิจการต่างประเทศ

สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.3 % ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 306.3% เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง

ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2569 จำนวน 3,212,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5 % จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 83.4% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่21.4% , 16.9 %และ 16.9 %ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด