อยุธยาจม! 16 อำเภอ 4.8 หมื่นครัวเรือนเดือดร้อน ชาวบางไทรพายเรือฝ่าน้ำสูงเกือบ 2 เมตร

  1. หน้าหลัก 
  2. ภูมิภาค 
  3. ภาคกลาง-ตะวันออก 

อยุธยาจม! 16 อำเภอ 4.8 หมื่นครัวเรือนเดือดร้อน ชาวบางไทรพายเรือฝ่าน้ำสูงเกือบ 2 เมตร

เผยแพร่: 3 ต.ค. 2569 19:11   ปรับปรุง: 3 ต.ค. 2569 19:11   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พระนครศรีอยุธยา – น้ำท่วมพระนครศรีอยุธยายังน่าห่วง กระทบแล้ว 16 อำเภอ 181 ตำบล 1,200 หมู่บ้าน 57 ชุมชน รวม 48,704 ครัวเรือน หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนพระราม 6 ระบายน้ำลงแม่น้ำป่าสัก 616 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลระดับน้ำเพิ่มอีก 50-70 เซนติเมตร ชาวบ้านบางไทรต้องใช้เรือสัญจร ขณะที่ยายวัย 69 ปี อยู่บ้านลำพัง ว่ายน้ำไม่เป็น ต้องพายเรือพลาสติกเก่าที่แตกรั่วออกมาซื้ออาหาร ท่ามกลางน้ำสูงเกือบ 2 เมตร

วันนี้ ( 3 ต.ค. )ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำลงพื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำป่าสัก 616 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำและคลองต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 50-70 เซนติเมตร

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานว่า ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว 16 อำเภอ 181 ตำบล 1,200 หมู่บ้าน และ 57 ชุมชน รวม 48,704 ครัวเรือน ได้แก่ เสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางปะหัน ลาดบัวหลวง นครหลวง วังน้อย อุทัย ท่าเรือ ภาชี บ้านแพรก บางซ้าย และมหาราช โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ในพื้นที่ อ.เสนา

ที่ชุมชนหมู่ 1 และหมู่ 2 ต.สนามชัย อ.บางไทร ซึ่งเป็นพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา พบระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1.80 เมตร ถนนและซอยภายในชุมชนถูกน้ำท่วมทั้งหมด ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้า-ออก ทั้งไปทำงาน ส่งลูกหลานไปโรงเรียน รวมถึงออกมาซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น

นางสมพงศ์ อายุ 69 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า บ้านถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร และพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง ปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพ มีเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายได้ จึงต้องพายเรือออกจากบ้านเพื่อมาซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น โดยระยะทางจากบ้านถึงถนนประมาณ 300 เมตร

เจ้าตัวบอกว่า ว่ายน้ำไม่เป็น จึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการพายเรือ โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมสูงและเส้นทางภายในชุมชนเปลี่ยนไปจากเดิม ขณะที่เรือพลาสติกที่ใช้งานมานานหลายปีเริ่มแตกรั่ว ทำให้น้ำไหลเข้าเรือตลอดเวลา ต้องคอยวิดน้ำออกระหว่างเดินทาง

“ลำบากมาก ต้องพายเรือออกมาซื้อข้าวซื้อของ แต่เรือก็รั่ว น้ำเข้าตลอด ต้องคอยวิดน้ำออก ที่สำคัญตัวเองว่ายน้ำไม่เป็น จึงต้องระวังมาก” นางสมพงศ์กล่าว

ขณะที่นางสมพิศ อายุ 62 ปี กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความลำบากในการเดินทางอย่างมาก ต้องพายเรือออกจากบ้านวันละ 2 เที่ยว เพื่อไปส่งลูกหลานไปทำงาน ขณะที่ตนเองมีปัญหาด้านการมองเห็น โดยมองไม่เห็น 1 ข้าง และที่บ้านเป็นครอบครัวใหญ่ แต่มีเรือใช้งานเพียง 1 ลำ

นางสมพิศกล่าวอีกว่า ระดับน้ำภายในบ้านสูงเกือบมิดศีรษะ ต้องเร่งยกข้าวของเครื่องใช้ขึ้นที่สูง แต่พื้นที่ภายในบ้านมีไม่เพียงพอ จึงต้องนำสิ่งของบางส่วนใส่แผ่นโฟมให้ลอยอยู่เหนือน้ำ พร้อมระบุว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักขึ้น แม้ชุมชนจะอยู่ติดแม่น้ำและเป็นพื้นที่รับน้ำ แต่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยบริหารจัดการและเร่งระบายน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

“ถ้าน้ำท่วมแค่ระดับเอว อย่างน้อยยังพอเดินลุยน้ำออกมาได้ แต่ตอนนี้น้ำสูงมาก ต้องใช้เรืออย่างเดียว ทำให้ชีวิตประจำวันลำบาก” นางสมพิศกล่าว

นอกจากนี้ นางสมพิศเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นอุทธรณ์เพื่อขอใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังถูกตัดสิทธิ์ และเพิ่งได้รับสิทธิ์กลับคืนมา จึงพายเรือออกมาซื้ออาหารและเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับใช้ในช่วงน้ำท่วม ขณะเดียวกันหน่วยงานราชการได้นำถุงยังชีพเข้ามาแจกจ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่แล้ว