หมอกหนาปกคลุมหาดใหญ่ สคพ.16 เตือนเฝ้าระวังหมอกควันข้ามแดน-ฝุ่น PM2.5

  1. หน้าหลัก 
  2. ภาคใต้ 
  3. ข่าวภาคใต้ 

หมอกหนาปกคลุมหาดใหญ่ สคพ.16 เตือนเฝ้าระวังหมอกควันข้ามแดน-ฝุ่น PM2.5

เผยแพร่: 1 ต.ค. 2569 13:07   ปรับปรุง: 1 ต.ค. 2569 13:07   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - บรรยากาศเช้าหาดใหญ่พบหมอกหนาปกคลุม ด้าน สคพ.16 เตือนยังต้องเฝ้าระวังหมอกควันข้ามแดน-ฝุ่น PM2.5 แม้คุณภาพอากาศยังอยู่ในระดับดี และค่าฝุ่นมีแนวโน้มลดลง

วันนี้ (1 ต.ค.) บรรยากาศช่วงเช้าในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา พบหมอกหนาปกคลุมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตเมือง เส้นทางสายหลัก และบริเวณสะพานข้ามแยก ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลง ผู้ใช้รถใช้ถนนควรเพิ่มความระมัดระวัง เปิดไฟหน้ารถ และลดความเร็ว โดยเฉพาะช่วงที่มีหมอกหนาแน่น

ขณะที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 (สคพ.16) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ณ เวลา 09.00 น. พบว่า ภาพรวมคุณภาพอากาศยังอยู่ในระดับ “ดี” และค่าฝุ่นมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับวันก่อน โดยค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 20.0–22.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ค่าเฉลี่ย 1 ชั่วโมงอยู่ที่ 17.6–23.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

อย่างไรก็ตาม สคพ.16 ยังคงให้เฝ้าระวังสถานการณ์หมอกควันข้ามแดนจากประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากกระแสลมตะวันตกเฉียงใต้ยังมีส่วนในการพัดพาหมอกควันเข้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทย ประกอบกับอัตราการระบายอากาศในพื้นที่อยู่ในเกณฑ์ไม่ดี จึงมีโอกาสเกิดการสะสมของฝุ่นละอองได้

ข้อมูลจุดความร้อนบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 พบ 47 จุด ลดลงจาก 191 จุด เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 สะท้อนว่าปัจจัยจากแหล่งกำเนิดหมอกควันข้ามแดนมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องติดตามทิศทางลมและสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

สำหรับสภาพอากาศในพื้นที่หาดใหญ่ช่วงเช้าวันนี้ มีหมอกและเมฆมาก อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 24 องศาเซลเซียส และสูงสุดประมาณ 32 องศาเซลเซียส ขณะที่ช่วงบ่ายมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณ 65%

สคพ.16 ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีหมอกควันหนาแน่น และสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นเมื่อต้องออกนอกบ้าน พร้อมติดตามค่าฝุ่น PM2.5 ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai

ส่วนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงที่หมอกลงจัด ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ หลีกเลี่ยงการแซงในระยะกระชั้นชิด และใช้ความเร็วอย่างเหมาะสมเพื่อความปลอดภัย