อภิปรายไม่ไว้วางใจ: ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พุ่งเป้า 18 รมต. ภูมิใจไทย - BBC News ไทย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
Published เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
เวลาอ่าน: 8 นาที
วันนี้ (8 ต.ค.) พรรคการเมืองฝ่ายค้านนำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวมทั้งสิ้น 18 คน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 จากผู้ร่วมลงชื่อ 145 คน (ยกเว้นพรรคกล้าธรรม) มีความยาวญัตติถึง 7 หน้า ต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
นี่จะนับเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรกต่อรัฐบาลนายอนุทิน 2 โดยประเด็นที่ฝ่ายค้านเตรียมนำมาอภิปราย อาทิเช่น คดีโกงเลือก สว., สถานการณ์อุทกภัย, ปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่น, และ ปัญหาสแกมเมอร์ เป็นต้น
นายณัฐพงษ์ อธิบายต่อไปว่าการอภิปรายครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่กำลัง "กินรวบ" ประเทศซึ่งเป็น "ศัตรูและอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย"
"การอภิปรายในครั้งนี้ เราตั้งใจอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งกำลังกินรวบประเทศนี้อยู่ พวกเรามองว่าระบอบสีน้ำเงินนี้เป็นศัตรูและอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน" นายณัฐพงษ์กล่าว
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เผยว่าอยากได้ระยะเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรวม 5 วัน เพราะจำนวนรัฐมนตรี 18 คนถือว่าเยอะมากที่สุดครั้งหนึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่ากรอบเวลาการบรรจุญัตติตามกฏหมายมีเวลา 14 วัน เบื้องต้นได้พูดคุยกับผู้นำฝ่ายค้านต้องการที่จะอภิปรายในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ และยืนยันว่าขั้นตอนการตรวจสอบญัตติจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด ก่อนจะเสนอให้ ครม. กำหนดวันเพื่อบรรจุวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร
18 รมต. ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
รัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมีทั้งสิ้น 18 คน ได้แก่
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
- พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
- นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
พฤติการณ์ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านบรรยายในญัตติยื่นซักฟอกต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เอกสารยื่นญัตติจากฝ่ายค้านระบุถึงเหตุของการยื่นอภิปราย นายอนุทิน บางส่วนว่านายอนุทิน "ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง" และมีการใช้อำนาจและเครือข่ายพรรคการเมือง "สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ" โดยมีการกล่าวถึง การทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนฯ, โกงการเลือก สว., โกงการสอบข้าราชการ, โกงงบประมาณแผ่นดิน, แทรกแซงองค์กรอิสระ, ล้มเหลวในการพัฒนาเศรษฐกิจ, รวมถึงล้มเหลวในการจัดการกับความขัดแย้งในชายแดนภาคใต้
นอกจากนี้ มีการกล่าวหาว่านายอนุทินและเครือข่ายพรรคพวกได้ "ทำลาย ควบคุม ครอบงำ หรือแทรกแซง กระบวนการยุติธรรม" และใช้กลไกเหล่านี้ในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง รวมถึงกล่าวหาว่าการบริหารงานของรัฐบาลนายอนุทิน สร้างความ "เสื่อมเสียให้กับสถาบันหลักของชาติ จงใจใช้ความจงรักภักดีเป็นเครื่องมือทางการเมือง"
ญัตติระบุต่อไปว่า การบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทิน ส่งผลให้เกิด "การทุจริตคอร์รัปชันอย่างกว้างขวางเป็นระบบ" เนื่องจากขาดการจัดการกับ "ขบวนการทุนเทา" และปัญหาทั้งหมดเหล่านี้มี "ต้นตอ" จาก "การที่นายอนุทินเป็นบุคคลที่ไร้ความสามารถ ไร้สำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมและประชาชน"
ข้อกล่าวหายังระบุถึงความเกี่ยวข้องของ นายกฯ กับการทุจริตการสอบท้องถิ่น และการแทรกแซงการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการ "อันเป็นการทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการอย่างสิ้นเชิง"
นอกจากนี้ มีการกล่าวถึงความล้มเหลวที่จะปฏิบัติตามคำสัญญาช่วงการหาเสียงเลือกตั้งว่าหากตนได้ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลก็จะบริหารงานให้ประชาชนต้องกล่าวออกมาว่า "รวยไม่ไหวแล้ว" โดยปัจจุบันมีเพียง "คนโกงและบริวารพวกพ้องเท่านั้นที่รวยไม่ไหวแล้ว"
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
"รู้เห็นเป็นใจปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต" มีพฤติกรรม "แสวงหาผลประโยชน์จากวิกฤตของชาติ" วางนโยบายเพื่อเป็นประโยชน์กับกลุ่มนายทุนและ "ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ" รวมถึงแทรกแซงกลไกการตรวจสอบการโกง "สร้างสภาวะการลอยนวลพ้นผิด"
- นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
"เป็นตัวการสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจผุพัง ละโมบโลภมาก จนไม่สามารถควบคุมตัวเองจากการทุจริตคอร์รัปชันได้" รวมถึงใช้อำนาจหน้าที่ดำเนินการการโกงเลือกตั้ง สว. รวมทั้งทำลายระบอบประชาธิปไตยและทำลายองค์กรอิสระ
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
"บริหารประเทศผิดพลาด ขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ" และชี้ว่านายเอกนิติ "จงใจหรือปล่อยปละละเลย" ให้เกิดการทุจริต รวมถึงละเลยการจัดการปัญหา "ทุนเทา" และ "คนใกล้ชิด" กับขบวนการดังกล่าวสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
เอกสารยื่นญัตติระบุว่าเธอทั้ง "ไร้ภาวะผู้นำ" และ "ไร้ตัวตน" ในการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับผลกระทบด้วยตนเอง และไม่สามารถแก้ปัญหาค่าครองชีพ ปล่อยให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นสูง
- นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
พฤติการณ์โดยสรุปชี้ว่า "มีผลประโยชน์ทับซ้อน" เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้องทุจริต ขาดความ "โปร่งใส" และ "ความรับผิดชอบ" ต่อหน้าที่ "ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี"
- พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
มีพฤติกรรม "ทุจริตต่อหน้าที่" และ "ไม่ประพฤติตนให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีต่อนายทหารชั้นผู้น้อย ขาดระเบียบวินัย ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ขาดความเป็นผู้นำ" รวมถึงการเอื้อผลประโยชน์และไม่ปฏิบัติหน้าที่กฎหมายและรัฐธรรมนูญ
- นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
"ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ขาดความโปร่งใส" และใช้อำนาจเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องและพรรคการเมืองในการโกงเลือก สว. "ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่" ทำลายสถาบันการเมืองและองค์กรอิสระ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
- นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
พฤติการณ์โดยสรุปชี้ว่า "มีพฤติกรรมผิดปรกติไม่สามารถดำรงตำแหน่งการเป็นรัฐมนตรีได้ด้วยตนเอง" มีการประกอบธุรกิจ "บนที่ดินของรัฐแบบผิดกฎหมาย" และ "สมรู้ร่วมคิดกับบริษัทเอกชนและเครื่อข่ายพรรคการเมืองเพื่อทุจริตเงินภาษีประชาชน" รวมถึงมี "การผลิตความเท็จเป็นกิจวัตรเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและครอบครัว"
- นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
"จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจ" ที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมที่ชี้ได้ว่าทุจริตฉ้อโกง เอื้อผลประโยชน์ให้พวก ขาดความซื่อสัตย์และความโปร่งใสในการตรวจสอบ "ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จนสร้างความเสียหายจ่อประเทศชาติ"
- พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
"ปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐาน" และมีพฤติกรรมชี้ได้ว่า "ขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน" สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศ "ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่งเสริมให้คนชั่วได้ดี แต่กับคนมีความสามารถกลับไม่มีที่ยืนในระบบราชการ" และมีการกล่าวหาว่า พล.ต.ท.รุทธพล ยอมเป็น "เครื่องมือ" ให้คนภายนอกเพื่อทำลายผลประโยชน์ของชาติ
- นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
"มีพฤติกรรมชั่วร้ายอย่างร้ายแรง" และมีพฤติกรรมที่ชี้ว่าก่อการทุจริต "ได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" ญัตติยังระบุว่าด้วยว่าเขามีส่วนร่วมในการโกงเลือก สว. และขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
- น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
มีพฤติกรรมที่ชี้ได้ว่าดำเนินการทุจริต เช่น "ล็อคโครงการต่าง ๆ ให้กับสมาชิกพรรคพวกระบอบสีน้ำเงิน จิตใจผุพังจนหาความดีไม่ได้" และเสริมว่าเธอมีส่วนรู้ร่วมเห็นในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ สร้างความเสียต่อระบบราชการ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
- นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
มีพฤติกรรมที่ชี้ได้ว่า "ทุจริตฉ้อฉลคดโกง ทำลายคุณธรรม จริยธรรมอย่างสิ้นเชิง" ทำให้นายภราดร "ไร้คุณสมับติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี" และมีการใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบ และร่วมดำเนินการโกงเลือก สว.
- นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
"มุ่งใช้เงินงบประมาณเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง" รวมถึงมีพฤติกรรมชี้ได้ว่าดำเนินการทุจริตให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมกล่าวหาด้วยว่าเธอมีส่วนร่วมในขบวนการโกงเลือก สว.
- นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
คล้ายกับข้อกล่าวหาที่ รมต. คนอื่น ๆ เผชิญ ญัตติระบุว่านายสิริพงศ์มีพฤติกรรมส่อทุจริต "จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ" และสมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ทำให้สมควรขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
- นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
"ไร้ภาวะผู้นำ ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน" และมีพฤติกรรมเอื้อผลประโยชน์แก่พวกพ้อง ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมีชอบ และมีส่วนร่วมในขบวนการโกงเลือก สว. ทำลายสถาบันการเมืองและองค์กรอิสระของประเทศ
- นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
"ขาดจิตสำนึกต่อการรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ แสวงหาผลประโยชน์จากประชาชนในช่วงวิกฤติ" ข้อกล่าวหาของเขารวมถึงการ "มุ่งแสวงหาผลประโยชน์เพื่อพวกพ้อง ญาติ มิตรสหาย มีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน" และมีส่วนร่วมในการดำเนินการโกงการเลือก สว. อย่างเป็นขบวนการ



