เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย กรมประมงเตือนปล่อย เอเลี่ยนสปีชีส์ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน

เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย กรมประมงเตือนปล่อย ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประชาชนนิยมปล่อยสัตว์น้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่การปล่อยสัตว์น้ำควรคำนึงถึงชนิดของสัตว์น้ำและความเหมาะสมของแหล่งน้ำ เนื่องจากสัตว์น้ำบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะสัตว์น้ำต่างถิ่น (Alien Species) และสัตว์น้ำลูกผสม ซึ่งอาจแพร่พันธุ์รวดเร็ว แย่งอาหารและแหล่งอาศัย กินไข่และตัวอ่อนของสัตว์น้ำพื้นเมือง รวมถึงเป็นพาหะนำโรคส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงและระบบนิเวศเสียสมดุลในระยะยาว

นางฐิติพร  สัตว์น้ำบางชนิด เช่น ปลาชะโด ซึ่งเป็นปลากินเนื้อ หากปล่อยลงแหล่งน้ำโดยไม่มีการควบคุม อาจทำให้จำนวนสัตว์น้ำพื้นเมืองชนิดอื่นลดลงได้ ดังนั้น กรมประมงจึงขอเชิญชวนประชาชนเลือกปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำพื้นเมืองของไทยในแหล่งน้ำที่เหมาะสม เพื่อร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำธรรมชาติ

กรมประมงจึงขอเชิญชวนประชาชนที่ทำบุญปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในช่วงวันสำคัญทางศาสนาผ่านการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำอย่างถูกวิธี โดยเลือกปล่อยสัตว์น้ำพื้นเมืองของไทย เช่น ปลาตะเพียน ปลากระแห ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลาโพง (ปลาสุลต่าน) ปลากาดำ ปลายี่สกไทย ปลาหมอไทย ปลาช่อน ปลาบู่ทราย ปลาสลาด ปลากราย ปลาสวาย ปลากดเหลือง ปลากดแก้ว ฯลฯ ในแหล่งน้ำที่เหมาะสม เพื่อร่วมอนุรักษ์ระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่นให้คงอยู่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการซื้อสัตว์น้ำไปปล่อยเพื่อทำบุญ ควรเลือกสัตว์น้ำที่มีสุขภาพแข็งแรง และไม่มีบาดแผลตามลำตัว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป

ทั้งนี้ การปล่อยสัตว์น้ำควรปล่อยในพื้นที่ที่เหมาะสม อาทิ
– ปลาไหลนา/กบนา อาศัยอยู่ในพื้นที่ชื้นแฉะ มีน้ำไหลเอื่อย ควรปล่อยลงในแม่น้ำ ห้วยหนอง คลองบึง ท้องนา หรือร่องสวน บริเวณที่มีดินเฉอะแฉะ เนื่องจากปลาไหลชอบขุดรูเพื่ออยู่อาศัยในการดำรงชีวิต อีกทั้งพื้นที่ชื้นแฉะยังเป็นที่อยู่ของแมลงซึ่งเป็นอาหารของกบอีกด้วย

– ปลาสวาย/ปลาบึก/ปลาตะเพียน/ปลากาดำ ควรปล่อยลงในแม่น้ำ คลองที่มีระดับน้ำลึกและกระแสน้ำไหลแรง เนื่องจากปลาแต่ละชนิดเมื่อโตเต็มวัย มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าปลาชนิดอื่น ๆ ดังนั้น จึงต้องใช้พื้นที่กว้างในการอยู่อาศัยและเจริญเติบโต

– หอยขม ควรปล่อยลงในคู หนอง คลอง บึง และในนาข้าว ที่เป็นพื้นดินหรือโคลน มีระดับน้ำตั้งแต่ 10 เซนติเมตร – 2 เมตร น้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย และบริเวณดังกล่าวควรมีเสา สะพาน ตอไม้ พันธุ์ไม้น้ำ เพื่อให้หอยสามารถยึดเกาะได้

– ปลาดุก ในส่วนของปลาดุกที่สามารถปล่อยได้ ได้แก่ ปลาดุกอุย และปลาดุกด้าน เท่านั้น อย่างไรก็ตาม กรมประมงยังไม่สนับสนุนให้ปล่อยปลาดุกลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากการจำแนกความแตกต่างระหว่างปลาดุกพื้นเมืองกับปลาดุกต่างถิ่น หรือปลาดุกลูกผสม ประชาชนทั่วไปอาจแยกได้ยากโดยเฉพาะในปลาขนาดเล็ก ซึ่งการปล่อยสัตว์น้ำผิดจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง

ในโอกาสนี้ กรมประมงขอความร่วมมือทุกท่านงดปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่นหรือเอเลี่ยนสปีชีส์ สัตว์น้ำลูกผสม หรือสัตว์น้ำที่ไม่เหมาะสมลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ อาทิ ปลาหมอมายัน ปลาหมอคางดำ ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาซัคเกอร์ เต่าญี่ปุ่นหรือเต่าแก้มแดง กุ้งเครย์ฟิช ทั้งจากสายพันธุ์ออสเตรเลียและอเมริกัน ปลากะพงนกยูง (ปลาพีคอกแบส) ปลาดุกแอฟริกา รวมไปถึงปลาลูกผสมอย่าง ปลาดุกบิ๊กอุย ซึ่งเป็นปลาลูกผสมระหว่างปลาดุกแอฟริกันกับปลาดุกอุยของไทย ที่พัฒนาพันธุ์ขึ้นเพื่อการเพาะเลี้ยงและการบริโภค ไม่ใช่ชนิดที่พบได้เองตามธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ หากผู้ใดครอบครองสัตว์น้ำต่างถิ่น และไม่ประสงค์เลี้ยงสัตว์น้ำชนิดดังกล่าวต่อ ขอให้นำส่งมอบแก่หน่วยงานของกรมประมงในพื้นที่ใกล้บ้านหรือกรมประมงส่วนกลางเพื่อดำเนินการต่อไปอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ หรือสัตว์น้ำต่างถิ่น สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง โทร. 0 2579 5281