ตั้ง กมธ.ร่วม 2 สภา ถก “ร่างกฎหมายอากาศสะอาด” ใหม่

วันนี้ (3 ก.ย.2569) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมาก 414 เสียง ต่อ 2 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด หรือร่างกฎหมายอากาศสะอาด ที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมกัน 20 คน มาพิจารณาปรับแก้ร่วมกันอีกครั้ง

ทั้งนี้ สาเหตุที่สภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา เนื่องจากวุฒิสภาได้แก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด ที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนดให้นายก อบจ.แต่ละจังหวัดเป็นประธานกรรมการ แต่วุฒิสภากำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการให้อำนาจแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดมากขึ้น ถือเป็นการรวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง

วุฒิสภา ยังมีการตัด “ระบบฝากไว้ได้คืน” ได้ทั้งมาตรา ทั้งที่เป็นมาตรการเรียกเก็บเงินประกันจากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะก่อให้เกิดผลพิษ และเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการเผา และจะได้รับเงินคืนเมื่อมีการนำกากวัตถุดิบไปจัดการอย่างเหมาะสม จึงถือเป็นการยกเลิกมาตรการจูงใจ และการคุมมลพิษต้นทาง

นอกจากนั้น วุฒิสภา ยังได้ปรับแก้องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ โดยดึงตัวแทนจากภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น ทั้งคณะกรรมการกำกับดูแลเพื่ออากาศสะอาด, คณะกรรมการวิชาการเพื่ออากาศสะอาด ที่ให้มีตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการอากาศสะอาดประจำจังหวัด ยังเพิ่มให้มีประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และประธานหอการค้าจังหวัด เข้ามาเป็นกรรมการโดยตำแหน่งด้วย ถือเป็นการเปิดช่องให้กลุ่มอุตสาหกรรมเข้ามากำกับตัวเอง

การอภิปรายของ สส.ยังเห็นด้วยให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันของทั้งสองสภา เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายอากาศฉบับนี้ ในประเด็นที่มีการแก้ไขอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับระบบรายงานการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (PRTR) สิทธิในการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว การดำเนินคดีแบบกลุ่มความรับผิดของสถาบันการเงิน โครงสร้างและการกระจายอำนาจ บทกำหนดโทษและกลไกการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติมีความเหมาะสม ครอบคลุม และสามารถคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กังวลว่า การปรับแก้ของวุฒิสภาเป็นการเอื้อกลุ่มทุน เพราะมีการเพิ่มสัดส่วนตัวแทน จากภาคธุรกิจเอกชนเข้าไปในโครงสร้างคณะกรรมการหลายระดับ ทั้งที่ร่างเดิมที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ได้กำหนดสัดส่วนภาคเอกชนไว้อยู่แล้ว หรือแม้แต่คณะกรรมการวิชาการที่มีหน้าที่เสมือนคลังสมองในการคำนวณข้อมูล และเสนอมาตรการ ก็ยังมีการเพิ่มตัวแทนจากภาคธุรกิจเข้าไปอีก

อีกทั้งยังลดบทลงโทษภาคอุตสาหกรรม จากเดิมที่มีโทษปรับสูงสุด 50 ล้านบาท เหลือเพียง 5 ล้านบาท ซึ่งสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเพียงต้นทุนในการประกอบธุรกิจมากกว่าจะมีผลเป็นบทลงโทษจริง และยังมีการตัดระบบการรายงานและเปิดเผยข้อมูล PRTR ที่กำหนดทำเนียบการปล่อยและการเคลื่อนย้ายมลพิษออกจากร่างกฎหมาย ทั้งที่ PRTR เป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ และยังตัดสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนออกด้วย

นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า การแก้ไขของวุฒิสภา มีความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล และผลประโยชน์ทับซ้อน จากการเพิ่มตัวแทนจากสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคาร เข้าไปในคณะกรรมการนโยบายทั้งระดับชาติ และระดับจังหวัด เนื่องจากเป็นกลุ่มก้อนเดียวกับผู้ที่ต้องถูกกำกับดูแล จึงอาจเกิดภาวะทับซ้อนของผลประโยชน์ในการจัดสรรงบประมาณ และออกมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ รวมถึงการตัดบทนิยาม PRTR โดยการตัดคำว่า "ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ" ออกจากมาตรา 4 ส่งผลให้การเคลื่อนย้ายของเสีย หรือการกำจัดขยะนอกพื้นที่ หลุดรอดจากสายตากฎหมาย และยังคงสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม จึงควรปรับคำนิยามให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับกฎหมายอื่นด้วย

สำหรับสัดส่วนสภาผู้แทนราษฎร แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 4 คน ได้แก่ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ และนายชวลิต แสงอุทัย, พรรคประชาชน 2 คน ได้แก่ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ และ น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, พรรคเพื่อไทย 2 คน ได้แก่ นายรวี เล็กอุทัย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม, พรรคกล้าธรรม 1 คน ได้แก่ น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู และพรรคประชาธิปัตย์ 1 คน ได้แก่ น.ส.การดี เลียวไพโรจน์

ส่วนคณะกรรมาธิการในสัดส่วนวุฒิสภา ที่ประชุมวุฒิสภาจะพิจารณาเสนอบุคคลต่อที่ประชุมกรรมาธิการ ในการประชุมวุฒิสภาสัปดาห์หน้า 7-8 ก.ย.นี้

อ่านข่าว :

สั่งปิด "สถานประกอบการ" ปมกลิ่นเหม็นชลบุรี พบ VOCs สูง 90 ppm

รัฐบาลเร่งคุม "ดาตาเซนเตอร์" แจ้งความปมน้ำมัน 2 แสนลิตร "เอกนิติ" ถกบอร์ด 4 ก.ย.

"อิมแพ็ค อารีน่า" แจ้งพื้นที่นั่งยกระดับชั่วคราวทรุดตัว คอนเสิร์ต “อัสนี–วสันต์” - ผู้จัดแจ้งเลื่อนจัดการแสดง