‘ศุภณัฐ’ เปิดหนังสือยื่น ‘อนุทิน’ จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งผังเมือง-ควบคุมอาคาร แต่ 2 ปียังไม่มีการดำเนินการ

เมื่อวันที่ 5 กันยายน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เปิดเผยหนังสือราชการลงวันที่ 3 ตุลาคม 2567 ว่า ตนเคยส่งถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น เพื่อเตือนถึงผลกระทบจากการเติบโตของศูนย์ข้อมูล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) พร้อมยื่นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้เร่งวางกติกาและจัดระเบียบกฎหมายรองรับไว้ล่วงหน้า แต่ผ่านมากว่า 2 ปี กลับไม่มีความคืบหน้าหรือการดำเนินการใดๆ จากภาครัฐ จนกระทั่งเกิดปัญหาและกระแสสังคม รัฐบาลจึงเริ่มหันมาขยับตัวในลักษณะวัวหายแล้วล้อมคอก

นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอที่ตนเคยยื่นต่อกระทรวงมหาดไทยเมื่อ 2 ปีก่อน ครอบคลุมการแก้ไขกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ เพื่อให้การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ไม่สร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 1.กฎหมายควบคุมอาคาร กำหนดนิยามของอาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ให้ชัดเจน วางมาตรฐานความปลอดภัยโดยเฉพาะระบบจัดเก็บเชื้อเพลิงหรือน้ำมันสำรอง และปรับปรุงข้อกำหนดเรื่องที่จอดรถให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานจริง

นายศุภณัฐ กล่าวอีกว่า 2.กฎหมายผังเมือง ระบุประเภทอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ ลงในกฎหมายผังเมืองให้ชัดเจน พร้อมกำหนดพื้นที่จัดวาง (Zoning) ที่เหมาะสม ไม่ให้รบกวนพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน และ 3.กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ต้องออกหลักเกณฑ์บังคับให้การก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามขนาดและระดับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

นายศุภณัฐ กล่าวว่า แม้จะยินดีที่ในที่สุดข้อเสนอเหล่านี้เริ่มได้รับความสนใจจากภาครัฐ แต่น่าเสียดายหากอนุทิน ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น ดำเนินการตามข้อเสนอตั้งแต่แรก ปัญหาและความสับสนในปัจจุบันก็คงไม่เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้ขัดขวางการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ แต่อยากเห็นประเทศไทยเปิดรับการลงทุนอย่างมีกติกา ซึ่งการมีกฎหมายที่ชัดเจนจะส่งผลดีแบบวิน-วินต่อทุกฝ่าย

“การมีกติกาที่ชัดเจน ประชาชนจะได้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อชุมชน ขณะที่นักลงทุนเองก็จะรู้กรอบเกณฑ์ตั้งแต่ต้นว่าสามารถสร้างที่ไหนได้บ้าง ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานอะไร โดยไม่ต้องอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ไม่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาร้องเรียนหรือตบทรัพย์ในภายหลัง” นายศุภณัฐ กล่าว