อดีตผอ.ร.ร.ดัง แจงขับเก๋งชนกระบะ ยันไม่เจตนา ตร.พร้อมให้ความเป็นธรรม2ฝ่าย

จากกรณีที่ลูกสาวผู้เสียหายเข้าร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด ขอความเป็นธรรม หลังแม่ถูกอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ขับรถชนท้าย ก่อนเกิดเหตุโต้เถียงและขับรถพุ่งชนซ้ำ ครอบครัวตั้งข้อสงสัยการทำงานของตำรวจ หลังไม่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ทันที โดยอ้างว่าชุดตรวจหมด จึงขอให้ส่งตัวคู่กรณีไปตรวจเลือด ซึ่งผลพบแอลกอฮอล์ 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขณะที่คู่กรณียังไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง และมีการเสนอเงิน 100,000 บาท เพื่อยุติเรื่อง แต่ครอบครัวปฏิเสธและยืนยันต้องการให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

อ่านข่าว – ลูกสาวร้อง แม่ถูกอดีตผอ.ร.ร.ดัง ขับรถชน ซ้ำตร.บอก ‘นายขอมา’ ขอไม่ให้ดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 7 กันยายน อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว ตนขอชี้แจงดังนี้ กรณีที่ดื่ม ตนดื่มก่อนหน้านั้นวันนึงแล้ว ไม่ได้ดื่มวันที่เกิดเหตุ วันที่เกิดเหตุตนง่วงนอน พอขับมาเข้าทางหลัก รถคู่กรณีเบรก ตนไม่ระวังจึงเผลอไปชน เมื่อชนแล้ว ตนเข้าไปดู บอกว่าไม่มีปัญหาเดี๋ยวเรียกประกัน ก่อนจะขึ้นมาบนรถเพื่อหากรมธรรม์ จากนั้นได้โทรตามหลานมาช่วยดู

อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวต่อว่า ในช่วงที่รอประกัน ตนลงไปดูพบว่ารถคู่กรณีมีรอยเล็กน้อยเท่านั้น ตนจึงจะถอยรถ เพื่อให้ประกันถ่ายรูปได้สะดวก แต่เนื่องจากรถเป็นเกียร์ออโต้ ประกอบกับที่ตนรีบร้อน เมื่อดึงเกียร์ลง จากเกียร์R ลงมาซึ่งเกียร์ D ซึ่งตนไม่รู้ตัว ทำให้ขับไปชนอีกครั้งหนึ่ง การชนครั้งที่ 2 ตนไม่ได้เจตนา

“ผมเจตนาที่จะถอยรถให้ประกันถ่ายรูป ผมถอยรถออกมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เมาโวยวายใหญ่ ผมนั่งอยู่บนรถ ผมไม่อยากลงไปโต้เถียง เพราะว่าเขาตั้ง 4 คน ผมคนเดียว แล้วเขาก็มาเปิดรถผม เรียกลงไปผมก็บอกว่า คุยกันไม่รู้เรื่องเดี๋ยวรอประกันดีกว่า” อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าว

อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า ส่วนการเยียวยา ตนรู้สึกผิด จึงจะเยียวยาในเรื่องของค่าชดเชย เสียโอกาส เสียรายได้เสนอจำนวนเงินเขาไป แต่เขาจะเรียกตั้ง 200,000 บาท ซึ่งตนมองว่ามันเกินกว่าเหตุ คู่กรณีไม่ได้บาดเจ็บอะไร อีกทั้งรถที่เสียหายประกันก็ซ่อมให้  ส่วนรถตนเองผมก็ซ่อมเอง กรณีเมา ประกันไม่เคลมให้ ตนก็ซ่อมเอง ผมจึงขอต่อรองเขา พวกเขาก็ไม่ต่อรองไม่อะไร กลับไปลงข่าว ซึ่งตนคิดว่าต่อไปก็คงไม่เจรจา ก็ให้ว่าไปตามกระบวนการของกฎหมายก็แล้วกัน

ทางด้านพ.ต.ท.พิชัย ไชยกุล รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.หนองแค กล่าวว่า ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทางพนักงานสอบสวนได้สอบสวนดำเนินคดี ได้ทำการสอบสวน รวบรวมหลักฐาน ในที่เกิดเหตุ แล้วนำรถทั้ง 2 คันมาเก็บเรียบร้อยแล้ว รวมถึงดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ในส่วนของคู่กรณีได้ส่งตัวไปตรวจเจาะเลือดตรวจที่โรงพยาบาลซึ่งผลการตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดจะเกินกว่ากฎหมายกำหนด

พ.ต.ท.พิชัย กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนจะนัดหมายทางผู้เสียหายทั้ง 2 มาพบเพื่อสอบปากคำรวบรวมหลักฐาน แล้วเรียกมาแจ้งข้อหาดำเนินคดีครบถ้วน โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในเบื้องต้นพบว่ามีการทำผิด 3 ข้อหา ได้แก่คดีจราจรทางบก ขับรถในขณะเมาสุราและขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และ คดีความผิดต่อส่วนตัว ดูหมิ่นซึ่งหน้า และทำให้เสียทรัพย์

พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกผู้เสียหายเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมหลักฐานและเรียกผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อหา ส่วนเรื่องการเยียวยาค่าเสียหาย ทางผู้เสียหายแจ้งความประสงค์ว่ายังไม่พร้อมเจอหน้าคู่กรณี ตำรวจยืนยันจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย