กทม. หนุนอุตสาหกรรมสื่อ เผยเกือบ 2 ปี กองถ่ายไทย-อินเตอร์ใช้บริการแล้ว 349 กอง
รองผู้ว่า ฯ ศานนท์ ร่วมงาน Thai Content Experience 2026 เผยความสำเร็จระบบ One Stop Service เปิดเกือบ 2 ปี หนุนกองถ่ายไทย-อินเตอร์แล้ว 349 กอง
วันที่ 13 ส.ค. 2569 ที่ PARAGON HALL ชั้น 5 สยามพารากอน เขตปทุมวัน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธีเปิดงาน Thai Content Experience 2026 โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้อำนวยการจัดงาน TCX 2026 ตลอดจนกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสื่อและคอนเทนต์ไทย และภาคีเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง ร่วมงาน
สำหรับงาน Thai Content Experience 2026 (TCX) จัดขึ้นโดยความร่วมมือของกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสื่อและคอนเทนต์ไทย ภายใต้การสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยเป็นงานใหญ่ที่รวบรวมและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในทุกมิติ ตั้งแต่ ภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี แอนิเมชัน สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีความบันเทิง การแสดงสด ไปจนถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และประสบการณ์ระดับสากล นอกเหนือจากงานมหกรรม TCX คือ ศูนย์กลางของโอกาส ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้บริโภค ได้เชื่อมโยงกันเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับโลก โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงาน ณ Paragon Hall ชั้น 5 ระหว่างวันที่ 13–16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 - 21.00 น.
ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยการเปิดบูทนำเสนอ ศูนย์ One Stop Service ในการประสานงานเพื่อขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงการให้ข้อมูลกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดขั้นตอน เพิ่มความชัดเจน อำนวยความสะดวกให้ทั้งกองถ่ายภาพยนตร์ไทย และภาพยนตร์จากต่างประเทศสามารถดำเนินการได้อย่างสะดวกและรวดเร็วจบในที่เดียว
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ เปิดเผยถึงบทบาทของ กทม. ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย ว่า กทม. ดูแลเรื่องสถานที่เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตจากสมาคมต่าง ๆ เห็นตรงกันว่าปัญหาหลักคือ ความยุ่งยากในการขออนุญาตใช้สถานที่ถ่ายทำ เพราะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขาดเจ้าภาพหลักในการประสานงาน โดยกทม. รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพประสานงานเพื่อลดความยุ่งยาก โดยเริ่มต้นจากการปรับปรุงขั้นตอนภายในหน่วยงานของ กทม. เองก่อน เช่น สำนักงานเขต หากเป็นเรื่องสวนสาธารณะจะประสานสำนักสิ่งแวดล้อม หากเป็นโบราณสถานประสานสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง เป็นต้น
จากนั้นจึงขยายผลความร่วมมือไปยังหน่วยงานภายนอก กทม. เช่น ตำรวจ กระทรวงคมนาคม และการเคหะแห่งชาติ รวมแล้วกว่า 10 องค์กรเพื่อจับมือร่วมกันพัฒนาเป็นระบบ One Stop Service ขึ้นมา โดยให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จผ่านเว็บไซต์ publicspace.bangkok.go.th เพื่อให้กองถ่ายสามารถเข้ามาขอใช้พื้นที่ได้สะดวก โดยระบบนี้เปิดใช้งานมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2567 ปัจจุบันมีกองถ่ายเข้ามาใช้บริการแล้ว 349 กองถ่าย แบ่งเป็นกองถ่ายไทย 295 กองถ่าย และกองถ่ายต่างประเทศ 54 กองถ่าย และมีสถานที่ให้บริการครอบคลุมกว่า 706 แห่ง
สำหรับขั้นตอนการขออนุญาต เมื่อผู้ใช้บริการกรอกข้อมูลรายละเอียดผ่านเว็บไซต์แล้ว เจ้าหน้าที่จะรับเรื่องและบริหารจัดการผ่าน Traffy Fondue เพื่อกำกับเวลาในการทำงานอย่างชัดเจน โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องตอบกลับผู้ขอใช้บริการภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน และหากเอกสารไม่ครบถ้วน จะมีการระบุรายละเอียดเพื่อให้ผู้ใช้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมได้ทันที