กรมพัฒนาธุรกิจ อบรม 2 ธุรกิจร้านอาหาร-เวลเนส 'ใช้บัญชีให้เป็น' นำทางต่อยอดธุรกิจ

วันที่ 23 กันยายน นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมจัดอบรมหัวข้อ ‘การบัญชีเพื่อธุรกิจอาหารและบริการ ต่อยอดการตลาดดิจิทัลและโมเดลธุรกิจ’ เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบธุรกิจกว่า 600 ราย ซึ่งเป็นธุรกิจในกลุ่มอาหารและบริการสุขภาพ ความงาม ผู้สูงอายุ (Wellness) และผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการ ใช้บัญชีเป็น และสามารถนำข้อมูลทางการเงินมาใช้เป็นเครื่องมือบริหารธุรกิจของตนเองได้ ตั้งแต่การวิเคราะห์รายได้ ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าใช้จ่าย และกำไร ไปจนถึงการกำหนดราคาขาย วางแผนธุรกิจ และตัดสินใจลงทุน พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ด้านการตลาดดิจิทัลและการพัฒนาโมเดลธุรกิจ เพื่อเพิ่มรายได้และความสามารถในการแข่งขันอย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายสถาพร กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการอบรม คือ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้ประกอบการที่จะทำให้เห็นว่าการทำบัญชีไม่ใช่เรื่องหลังบ้านอีกต่อไป เพราะจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยบริหารธุรกิจ หากธุรกิจรู้ว่ารายได้มาจากช่องทางการขายใดเป็นหลัก ต้นทุนที่แท้จริงอยู่ตรงไหน เมนูหรือบริการใดที่สร้างกำไร และค่าใช้จ่ายส่วนใดควรปรับลด ก็จะสามารถกำหนดราคาและวางแผนธุรกิจได้อย่างมีข้อมูลรองรับ ไม่ต้องตัดสินใจจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ธุรกิจในกลุ่มร้านอาหาร คาเฟ่ เครื่องดื่ม Wellness และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ถือเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว และบริการ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึงเป็นธุรกิจที่ต้องบริหารต้นทุน มีการหมุนเวียนวัตถุดิบอยู่ตลอดเวลา หากไม่สามารถจัดการอย่างมีประสิทธิภาพได้ ก็จะทำให้ธุรกิจมีค่าใช้จ่ายที่ควบคุมได้ยาก และอาจส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว
เมื่อจบการอบรมฯ ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารจะสามารถนำความรู้ไปใช้วิเคราะห์ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การคำนวณต้นทุนต่อเมนู ตลอดจนผลกระทบจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและช่องทางการขาย เพื่อประเมินว่าราคาที่กำหนดสอดคล้องกับต้นทุนและกำไรที่ต้องการหรือไม่ ขณะที่ธุรกิจ Wellness ซึ่งมีรูปแบบรายได้และต้นทุนที่หลากหลายทั้งค่าบริการ แพ็กเกจ สมาชิก ค่าแรงบุคลากร และต้นทุนด้านสถานที่ จึงยิ่งจำเป็นต้องมีข้อมูลบัญชีที่สามารถนำมาวิเคราะห์และใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ รวมถึงผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ดูแลธุรกิจทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็จะเข้าใจรูปแบบการทำธุรกิจในเชิงลึกขึ้น ช่วยดึงศักยภาพและจุดอ่อนที่สะท้อนผ่านตัวเลขทางบัญชีออกมาให้ผู้ประกอบการได้มองเห็นและนำไปพัฒนาธุรกิจต่อได้
นายสถาพร กล่าวว่า กรมคาดหวังให้ผู้เข้าร่วมการอบรมสามารถ ‘รู้ตัวเลข รู้ต้นทุน รู้กำไร และรู้ว่าจะนำข้อมูลไปใช้ต่ออย่างไร’ เพื่อเปลี่ยนข้อมูลบัญชีให้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจ สามารถกำหนดราคาขาย วางแผนการดำเนินงาน สร้างโอกาสทางการตลาด และเลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การเพิ่มรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอาหารและ Wellness ในระยะยาว ทั้งนี้ การมีข้อมูลบัญชีที่ถูกต้องและนำไปใช้ประโยชน์ได้จึงเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้การทำตลาด เพราะช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นภาพธุรกิจที่แท้จริง สามารถบริหารสภาพคล่อง ควบคุมต้นทุน วางแผนการลงทุน และประเมินความคุ้มค่าของการขยายบริการหรือเปิดช่องทางการขายใหม่ได้อย่างรอบคอบ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญต่อการสร้างธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน