ลอรีอัล กวาดรายได้ครึ่งปีแรก 2.37 หมื่นล้านยูโร คว้าลิขสิทธิ์ “Gucci” 50 ปี-ขน 4 แบรนด์ลุยไทย
ลอรีอัล รายงานผลการดำเนินงานช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มียอดขายรวม 2.377 หมื่นล้านยูโร เติบโต 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตในระดับสองหลักของช่องทางอีคอมเมิร์ซ รวมถึงผลประกอบการที่ขยายตัวในทุกแผนกผลิตภัณฑ์และทุกภูมิภาคทั่วโลก
นายนิโคลา ฮิโรนิมุส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลอรีอัล กรุ๊ป เปิดเผยว่า การเติบโตในครึ่งปีแรกได้รับแรงขับเคลื่อนจากการดำเนินกลยุทธ์นวัตกรรม การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ และการเติบโตของช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับการบริหารช่องทางออฟไลน์ ทำให้ผลประกอบการโดยรวมเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดความงามทั่วโลก
สำหรับผลการดำเนินงานแบ่งตามแผนกผลิตภัณฑ์ ได้แก่
- แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ: เติบโต 11.6% จากแนวโน้มการยกระดับสู่สินค้าระดับพรีเมียมและการขายแบบ Omnichannel
- แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง: เติบโต 10.6% นำโดยแบรนด์ ลา โรช-โพเซย์, เซราวี และสกินซูติคัลส์
- แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง (L’Oréal Luxe): เติบโต 5.1% ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำหอม
- แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค: เติบโต 4.3% โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมเติบโตในระดับสองหลัก
เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค ภูมิภาค SAPMENA-SSA (เอเชียใต้ แปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และแอฟริกาใต้ซาฮารา) เติบโตสูงสุดที่ 13.8% ขณะที่อเมริกาเหนือเติบโต 6.7%, ยุโรปเติบโต 6.1%, ละตินอเมริกาเติบโต 5.2% และเอเชียเหนือเติบโต 4.6%
ด้านกลยุทธ์และการลงทุน ลอรีอัล ได้บรรลุข้อตกลงรับสิทธิ์การบริหารแบรนด์ระยะยาว 50 ปี ร่วมกับ เคอริ่ง (Kering) เพื่อพัฒนาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำหอมและสินค้าความงามภายใต้แบรนด์ “กุชชี่” (Gucci) โดยสัญญาจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2570 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน อินโนวิสต์ (Innovist) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในประเทศอินเดีย เพื่อขยายฐานธุรกิจในตลาดอินเดีย รวมถึงร่วมมือกับ โอเพนเอไอ (OpenAI) ในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานและการค้า
เติม 4 แบรนด์ใหม่เสริมทัพตลาดไทย
สำหรับตลาดประเทศไทย ซึ่งอยู่ในกลุ่มภูมิภาค SAPMENA ลอรีอัล ประเทศไทย มีการเติบโตเหนือกว่าภาพรวมตลาด โดยบริษัทเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ด้วยการเปิดตัว 4 แบรนด์ใหม่ในปี 2569 ได้แก่ สกินซูติคัลส์ (SkinCeuticals), ดร.จี (Dr.G), เมทริกซ์ (Matrix) และ คัลเลอร์ วาว (Color Wow) เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคและกลุ่มช่างผมมืออาชีพ