เขื่อนเจ้าพระยา ปรับการระบายน้ำเพิ่มเป็น 2,500 ลบ.ม. คืนนี้ ยันกรุงเทพฯรับไหว - ข่าวสด
เขื่อนเจ้าพระยา ปรับการระบายน้ำเพิ่มเป็น 2,500 ลบ.ม. คืนนี้ ยันมวลน้ำก้อนนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพและปริมณฑล หากในอนาคตไม่มีฝนตกมาเพิ่ม
1 ต.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมชลประทานได้ประกาศแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
โดยตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 2,528 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สมทบกับแม่น้ำสะแกกรัง (Ct.19) อีก 576 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมถึงมวลน้ำท่า ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +17.86 ม.รทก. ขณะที่เขื่อนระบายน้ำอยู่อัตรา 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ล่าสุด กรมชลประทานจะเริ่มทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำตั้งแต่เวลา 20.00 น. คืนนี้ ไต่ระดับไปจนถึงอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 2 ต.ค. เวลา 03.00 น. (ปรับเพิ่มเฉลี่ยชั่วโมงละ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) และจะคงอัตราดังกล่าวไว้ต่อเนื่อง
นายชวลิต ฉลอม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยนาท เปิดเผยว่า คาดการณ์ล่วงหน้าอีกประมาณ 2 วัน ปริมาณน้ำจะขึ้นสูงสุด อยู่ที่ 2,900–3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเมื่อรวมกับแม่น้ำสะแกกรังและมวลน้ำด้านข้างที่ไหลมาสมทบก่อนถึงเขื่อนเจ้าพระยาอีกประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้มีปริมาณน้ำที่ต้องบริหารจัดการบริเวณหน้าเขื่อนเจ้าพระยารวมอยู่ที่ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
สำหรับการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน ได้ดำเนินแผนทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได จากช่วงวันที่ผ่านมาที่ระบายในอัตรา 2,200–2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยในช่วงบ่ายวันนี้ได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล จุดตรวจสำคัญที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ปริมาณน้ำไหลผ่านปัจจุบันอยู่ที่ 2,173 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ความสามารถในการรองรับที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยืนยันว่าปริมาณน้ำก้อนนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพและปริมณฑล หากในอนาคตไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม