วัน แบงค็อก รีเทล อัดงบ 20 ล้านบาท ฉลอง 2 ปี ดึง 3 แบรนด์ระดับโลก ปั๊มทราฟฟิกโค้งท้าย

กรุงเทพฯ 2 ตุลาคม 2569 — ตลาดรีเทลและศูนย์การค้าใจกลางกรุงเทพมหานครกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ วัน แบงค็อก รีเทล (One Bangkok Retail) โครงการมิกซ์ใช้ระดับเวิลด์คลาส ประกาศเดินหน้าแผนรุกตลาดช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ฉลองครบรอบ 2 ปีเต็ม ด้วยการอัดฉีดแคมเปญใหญ่ “2nd Anniversary Better Twogether, Double the Joy” ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 13 พฤศจิกายน 2569 ทุ่มงบมอบสิทธิประโยชน์และของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท หวังกระตุ้นกำลังซื้อและการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในย่านธุรกิจใจกลางเมือง

พลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายรีเทล โครงการวัน แบงค็อก เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โครงการได้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายและเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่การทำงาน การช้อปปิ้ง ไปจนถึงการรับประทานอาหารในพื้นที่เดียวกัน กลยุทธ์การคัดสรรแบรนด์พรีเมียมและคอนเซ็ปต์สโตร์ที่แตกต่างจึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างทราฟฟิกและความถี่ในการกลับมาใช้บริการของผู้บริโภค

“ในก้าวสู่ปีที่ 3 นี้ เรายังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอและนำเสนอแบรนด์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ วัน แบงค็อก เติบโตไปพร้อมกับวิถีชีวิตและความต้องการของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยในเดือนตุลาคมนี้ เตรียมพบกับการเปิดตัว 3 แบรนด์ไฮไลต์ ได้แก่ สึทายะ บุ๊คสโตร์ (Tsutaya Bookstore) คอนเซ็ปต์สโตร์ระดับโลกแห่งแรกในไทย, แอดดิคเต็ด (Edikted) แบรนด์แฟชั่นระดับโลกจากอเมริกาที่มาเปิดสาขาแรกในเอเชีย และ ฮาร์เบอร์แลนด์ ไอแลนด์ (HarborLand Island) สวนน้ำในร่มสำหรับครอบครัว ซึ่งจะเข้ามาเติมเต็มสีสันและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับโครงการ”

ทั้งนี้ วัน แบงค็อก รีเทล ได้รวบรวมแบรนด์เรือธงระดับลักซ์ชัวรีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำไว้มากมาย อาทิ Rolex (บูติกดูเพล็กซ์สองชั้นแห่งแรกในไทย), Patek Philippe (บูติกดูเพล็กซ์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้), BOSS, Carnival, On Store, Cova Bangkok และ The Decorum Park House ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ฐานลูกค้ากำลังซื้อสูง (High Net Worth) และกลุ่มคนรุ่นใหม่

สำหรับการจัดแคมเปญเฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปี ทางโครงการได้เตรียมกลยุทธ์กระตุ้นการใช้จ่ายผ่านสิทธิประโยชน์ครอบคลุมทุกหมวดหมู่การบริโภค ประกอบด้วย:

การจัดแคมเปญดังกล่าวคาดว่าจะช่วยผลักดันยอดขายของร้านค้าภายในโครงการ และรักษากระแสเงินหมุนเวียนในภาคธุรกิจค้าปลีกและบริการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง