รายงานพิเศษ(ตอนจบ) : อบจ.อุดรฯ ลั่นพร้อมรับไม้ต่อ 20 ปี ชูโมเดลเชียงใหม่ เนรมิต "หนองแด" เป็นมรดกยั่งยืนแห่งอีสาน
- หน้าหลัก
- ภูมิภาค
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รายงานพิเศษ(ตอนจบ) : อบจ.อุดรฯ ลั่นพร้อมรับไม้ต่อ 20 ปี ชูโมเดลเชียงใหม่ เนรมิต "หนองแด" เป็นมรดกยั่งยืนแห่งอีสาน
เผยแพร่: 26 ส.ค. 2569 12:21 ปรับปรุง: 26 ส.ค. 2569 12:21 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
อุดรธานี-มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569 บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดกว่า 1,030 ไร่ ไม่ใช่เพียงแค่อีเวนต์นานาชาติชั่วคราว แต่คือเดิมพันครั้งใหญ่ในการพลิกโฉมเมือง ยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และประกาศศักยภาพอุดรธานีบนเวทีโลก อบจ.อุดรธานี ประกาศรับไม้ต่อบริหารพื้นที่อย่างน้อย 20 ปี ถอดบทเรียนความสำเร็จจากเชียงใหม่ เพื่อเปลี่ยนพื้นที่จัดงานให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว และสวนสาธารณะระดับภูมิภาค
แม้การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 ยังไม่ได้เริ่มขึ้น (จัดระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี รวมกว่า 1,030 ไร่)แต่หลายภาคส่วนได้มองข้ามช็อตถึงแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่งานมหกรรมฯแห่งนี้แล้วเช่นกัน หลายหน่วยงานเสนอให้พลิกโฉมพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดแห่งนี้ให้เป็น ศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์ธรรมชาติ และใช้เป็นสถานที่ศึกษาดูงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรน้ำ
ประเด็นดังกล่าว นายศราวุธ เพชรพนมพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีเปิดเผยว่า เขาให้ความสำคัญไม่แพ้ช่วงเตรียมงานหรือช่วงการจัดงาน นั่นคือการใช้ประโยชน์หรือการเพิ่มมูลของพื้นที่การจัดงาน ภายหลังมหกรรมสิ้นสุดในวันที่ 14 มีนาคม 2570 อย่างไรก็ตามเบื้องต้น องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)อุดรธานีได้ศึกษาต้นแบบการบริหารพื้นที่มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แม้งานจะสิ้นสุดลงมานานหลายสิบปีแล้ว
ทาง อบจ.อุดรธานีจึงได้ประกาศความพร้อมรับโอนพื้นที่มาดูแลต่ออย่างน้อย 20 ปี พร้อมขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลปีละ 60 ล้านบาท ควบคู่กับการใช้งบประมาณของท้องถิ่น เพื่อให้พื้นที่สีเขียวแห่งนี้เป็นทั้งสวนสาธารณะ แหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างประโยชน์แก่ประชาชนในระยะยาว โดยให้สัญญาว่า “จะไม่ปล่อยให้สถานที่แห่งนี้พังเสียหายในมือของ อบจ. อย่างแน่นอน”
คำยืนยันดังกล่าวสะท้อนเป้าหมายสำคัญของมหกรรมพืชสวนโลก ที่ไม่ได้สิ้นสุดลงในวันปิดงาน แต่ต้องต่อยอดเป็น "มรดก" ของคนอุดรธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนไปอีกหลายทศวรรษ
จากงานระดับโลก...สู่จุดเปลี่ยนของอุดรธานี
เมื่อทุกภาคส่วนเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน "มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569" จึงไม่ใช่เพียงอีเวนต์ระดับนานาชาติที่จัดขึ้นชั่วคราว หากแต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของจังหวัดในการก้าวสู่เมืองแห่งโอกาส สร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุน ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และประกาศศักยภาพของอุดรธานีบนเวทีโลก
ตลอดระยะเวลาการจัดงานยาวนานกว่า 4 เดือน ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 มหกรรมแห่งนี้จะเป็นเวทีที่แสดงศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีต่อสายตาชาวโลก และเมื่อม่านการจัดงานปิดลง สิ่งที่จะถูกจดจำไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เข้าชมหรือมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่คือการต่อยอดพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็น "มรดกของคนอีสาน" ที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและคนรุ่นต่อไปอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน