โพลชี้ บริษัทญี่ปุ่นเจอต้นทุนแร่หายากพุ่งสูงกว่า 20% พิษจีนจำกัดส่งออก

FILE - Workers use machinery to dig at a rare earth mine in Ganxian county in central China's Jiangxi province on Dec. 30, 2010. (Chinatopix via AP, File)

ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ต้นทุนแร่หายากพุ่งสูงขึ้นกว่า 20% สำหรับบริษัทญี่ปุ่น และ 1 ใน 10 บริษัทไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปให้ลูกค้าได้เลย ผลกระทบจากมาตรการควบคุมการส่งออกของจีน

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ผลสำรวจจากภาคเอกชนแสดงให้เห็นว่า ต้นทุนการจัดหาแร่หายาก (Rare Earths) ในบริษัทญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งในห้าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากมาตรการจำกัดการส่งออกของจีน

บริษัท Resilire ซึ่งเป็นบริษัทบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานในกรุงโตเกียวทำการสำรวจออนไลน์ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้บริหารระดับสูง 400 คนในบริษัทผู้ผลิตที่จัดหาแร่หายากและวัสดุจากแร่หายาก

เมื่อถามถึงการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการจัดหาในช่วงปีที่ผ่านมา คำตอบที่พบบ่อยที่สุดคือ “เพิ่มขึ้น 20-29%” คิดเป็นประมาณ 30% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ประมาณ 20% รายงานว่าเพิ่มขึ้น 10% ถึง 19% และมากกว่า 10% กล่าวว่าต้นทุนการจัดหาเพิ่มขึ้นระหว่าง 30% ถึง 39% ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยแล้วเพิ่มขึ้น 22.3%

เพียง 4.2% ของบริษัทที่รายงานว่าต้นทุนสูงขึ้นตอบว่าพวกเขาสามารถผลักภาระต้นทุนส่วนใหญ่ไปยังลูกค้าได้ ประมาณ 10% กล่าวว่าไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปให้ผู้บริโภคได้ เมื่อรวมกับผู้ที่ตอบว่า “น้อยกว่า 25%” หรือ “25% ถึง 49%” โดยสรุปแล้ว หมายความว่ากว่า 40% ของผู้ตอบแบบสอบถามผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง หรืออีกนัยหนึ่ง ผู้ผลิต แบกรับต้นทุนส่วนใหญ่เอาไว้เอง เพราะไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุนที่แท้จริงได้

สัดส่วนเฉลี่ยของแร่หายากที่นำเข้าจากจีนอยู่ที่ 61% เจ้าหน้าที่ของ Resilire กล่าวว่า ข้อจำกัดการส่งออกของจีนในปี 2025 ประกอบกับความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาแร่หายากเพิ่มสูงขึ้น บริษัท Resilire จึงแนะนำให้กระจายแหล่งที่มา จัดการสินค้าคงคลัง และใช้วัสดุรีไซเคิล

ก่อนหน้านี้ นิกเคอิรายงานว่า การส่งออกแร่แรร์เอิร์ธจากจีนไปยังญี่ปุ่นในเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา ลดฮวบลงกว่า 80% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้บริษัทญี่ปุ่นต้องเร่งหาแหล่งจัดหาอื่นทดแทน เช่น ออสเตรเลียและอินเดีย

จีนยกระดับมาตรการจำกัดการส่งออกแร่แรร์เอิร์ธ 7 ชนิดในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยอ้างอิงกฎระเบียบสินค้าสองวัตถุประสงค์ (Dual-use items) ซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ได้ทั้งทางการทหารและพลเรือนซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อญี่ปุ่น หลังจากที่ซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแสดงความคิดเห็นในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในไต้หวันนั้นคุกคามความอยู่รอดของญี่ปุ่น ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ผลิตแร่แรร์เอิร์ธคิดเป็น 70% ของทั่วโลก และยังควบคุมกระบวนการแปรรูปและกลั่นสูงถึง 90%