ดันปฏิรูปเลือกตั้ง สนับสนุนใช้บัตรกระดาษ ทำไมทรัมป์กล่าวหาจีนแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐฯ 2020

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่า จีนเข้าถึงข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันกว่า 220 ล้านราย และแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 พร้อมอ้างว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ จงใจปกปิดข้อมูลดังกล่าว แม้ก่อนหน้านี้ ไม่พบหลักฐานว่า จีนพยายามเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งที่ทรัมป์และพรรครีพับลิกันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ตาม

ทรัมป์กล่าวหาจีนแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 อย่างไร

วันที่ 16 กรกฎาคมตามเวลาท้องถิ่น ทรัมป์มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ต่อประชาชนในเวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีการคาดการณ์ว่า ผู้นำสหรัฐฯ จะเปิดเผยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 หลังเคยกล่าวอ้างมาหลายปีว่า เขาพ่ายแพ้ให้กับ โจ ไบเดน และพรรคเดโมแครต เพราะมีการทุจริต

ขณะที่ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เรียกร้องให้ผู้สื่อข่าวรับฟังคำปราศรัยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนสรุปประเด็นใดๆ พร้อมย้ำว่า ควรรายงานอย่างซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม รวมถึงระบุว่า ทุกคนจะตกใจกับข้อมูลที่ทรัมป์เตรียมเปิดเผย

ในสุนทรพจน์ครั้งนี้ ทรัมป์ใช้เวลา 25 นาที โดยเริ่มจากการเน้นย้ำให้ประเด็นความมั่นคงของการเลือกตั้งเป็นวาระสำคัญทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้ พร้อมประกาศยกเลิกการปกปิดเอกสารชั้นความลับด้านข่าวกรอง หลังมี ‘ช่องโหว่’ ในการเลือกตั้งของประเทศ

“หลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ระบบการเลือกตั้งของเรามีช่องโหว่อันตราย และเปิดช่องให้มีการโจมตีทางไซเบอร์ การแสวงหาประโยชน์ และการแทรกแซงจากต่างชาติในระดับที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน”

ทรัมป์กล่าวอ้างว่า จีนได้เข้าถึงข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของชาวอเมริกันกว่า 220 ล้านราย ไม่ว่าจะเป็นชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลที่ใช้ลงทะเบียนเลือกตั้ง แต่ที่ผ่านมา กลุ่มรัฐพันลึกและหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ได้ปกปิดและลดทอนความสำคัญของข้อมูล โดยขณะนี้ เขาได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) และสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ดำเนินการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ระบุว่า รัฐบาลจีนพยายามจ่ายเงินให้นักข่าวสหรัฐฯ เพื่อเขียนข่าวเชิงลบเกี่ยวกับตัวเขาให้มากขึ้น โดยไม่สนใจว่า จะเขียนข่าวอะไร แต่ไม่ได้ยกตัวอย่างหรือแสดงหลักฐานประกอบข้อกล่าวหาดังกล่าว

“รัฐบาลจีนต้องการให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แพ้การเลือกตั้งครั้งต่อไป”

อนึ่ง ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จงใจปกปิดผลการสอบสวนของ FBI เกี่ยวกับข้อกล่าวหาการทุจริตเลือกตั้งปี 2020 ในรัฐมิชิแกน ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐสมรภูมิสำคัญ หรือ Swing State

ปฏิรูปเลือกตั้ง ใช้บัตรกระดาษลงคะแนน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังสนับสนุนให้สหรัฐฯ กลับมาใช้ ‘บัตรเลือกตั้งกระดาษ’ อีกครั้ง โดยกล่าวหาว่า เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์และระบบนับคะแนนสามารถถูกเจาะระบบได้ พร้อมย้ำว่า ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐฯ มีความเปราะบาง

“รัฐบาลของเรารู้มานานแล้วว่า เครื่องเหล่านี้เปิดช่องให้ถูกโจมตีได้อย่างมาก”

ทรัมป์ยังอ้างว่า ศัตรูของสหรัฐฯ อย่างน้อยประกอบด้วย รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ หรือตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ มีศักยภาพที่จะเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานการเลือกตั้งของประเทศได้

อนึ่ง ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้สมาชิกสภาคองเกรสผ่านกฎหมาย ‘SAVE America‘ ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่จะเพิ่มข้อกำหนดและข้อจำกัดในการใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมถึงทำให้การลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้มงวดยิ่งขึ้น

จีนเข้าถึงข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่

ในการประเมินของสภาข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ (National Intelligence Council) ปี 2021 ข้อมูลการประเมินระบุว่า มี ‘ความเชื่อมั่นระดับสูง’ ว่า จีนไม่ได้พยายามแทรกแซงผลการเลือกตั้ง

เนื้อหารายงานระบุว่า รัฐบาลจีนเห็นว่า ไม่ว่าไบเดนหรือทรัมป์เป็นฝ่ายชนะ ก็ไม่ได้เป็นผลประโยชน์ต่อจีนมากพอ จนถึงขั้นต้องเสี่ยงถูกจับได้ว่า กำลังแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่า จีนไม่ได้แทรกแซงโครงสร้างพื้นฐานการเลือกตั้ง เช่น ระบบนับคะแนน

อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับเดียวกันระบุว่ามี ‘ความเห็นส่วนน้อย’ จากเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแห่งชาติด้านไซเบอร์ ซึ่งประเมินด้วยความเชื่อมั่นระดับปานกลางว่า จีนพยายามบ่อนทำลายการหาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์ในปี 2020 โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์และถ้อยแถลงของรัฐบาลจีนเป็นหลัก

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ข่าวกรองด้านไซเบอร์สหรัฐฯ ยังระบุในรายงานเดือนเมษายน 2020 ว่า หน่วยข่าวกรองจีนได้วิเคราะห์ข้อมูลทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งของหลายรัฐในสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมาย คือ วิเคราะห์ความคิดเห็นของชาวอเมริกัน แต่ไม่ได้ระบุว่า จีนเข้าถึงข้อมูลทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือได้ข้อมูลอ่อนไหวด้วยวิธีใด

สำหรับกรณีประเทศอื่นๆ รายงานของสภาข่าวกรองแห่งชาติปี 2021 ระบุว่า รัสเซียพยายามสร้างความเสียหายด้วยการโจมตีไบเดน ส่วนอิหร่านพยายามบ่อนทำลายการหาเสียงทรัมป์ แต่ทั้งสองประเทศไม่ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานการเลือกตั้งของสหรัฐฯ

“เราประเมินว่า เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่ต่างชาติจะสามารถแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งสหรัฐฯ โดยไม่ถูกตรวจพบ ไม่ว่าจะผ่านการสืบสวนด้านข่าวกรอง การเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยทางกายภาพและไซเบอร์ของระบบเลือกตั้งทั่วประเทศ หรือการตรวจสอบหลังการเลือกตั้ง” รายงานระบุ

แต่ละฝ่ายคิดเห็นอย่างไร

อนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกตั้งและสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วน แสดงความกังวลว่า การเปิดเผยเอกสารข่าวกรองของทรัมป์อาจถูกนำไปใช้สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของระบบการเลือกตั้งสหรัฐฯ เพราะจะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการลงคะแนนเสียง แม้ข้อมูลที่เปิดเผยจะยังไม่ได้ยืนยันว่า มีการเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งหรือเกิดการแทรกแซงการนับคะแนนจริงก็ตาม

ส่วนสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันปฏิเสธข้อกล่าวหาของทรัมป์ โดยยืนยันว่า จีนไม่เคยแทรกแซงกิจการภายในของสหรัฐฯ หรือการเลือกตั้งประธานาธิบดี พร้อมระบุว่า การเลือกตั้งเป็นกิจการภายในของสหรัฐฯ และจีนยึดมั่นในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นมาโดยตลอด

ขณะที่พรรคเดโมแครตแสดงความกังวลว่า การผลักดันร่างกฎหมาย SAVE America อาจเพิ่มอุปสรรคในการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและกระทบต่อการเข้าถึงสิทธิเลือกตั้งของประชาชนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและผู้หญิงที่เปลี่ยนนามสกุลหลังสมรส

ภาพ: SAUL LOEB / Reuters

อ้างอิง:

ABOUT THE AUTHOR

อัยย์ลดา แซ่โค้ว

Content Creator กองบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ THE STANDARD