เพาะกายเฟ้นดาวดวงใหม่ จัดแข่งหนุ่มกายงาม สาวกล้ามสวย 2026 เวทีสู่มิสเตอร์ไทยแลนด์ 2027

นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 58 ที่ โรงแรมอเล็กซานเดอร์ หัวหมาก กรุงเทพมหานคร เป็นปีที่ 2 พบกับความสำเร็จทุกด้าน นักกีฬาไทยคว้ารางวัลชนะเลิศถ้วยคะแนนรวมทั้งทีมชายและทีมหญิง จาก 25 ชาติที่เข้าแข่งขัน โดย ได้ 9 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน 11 เหรียญทองแดง

เพื่อเฟ้นหาดาวรุ่งสู่ทีมชาติต่อไป ทางสมาคมฯ เตรียมจัดการแข่งขันกีฬาเพาะกายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย รายการ “หนุ่มกายงาม สาวกล้ามสวย (Muscle and Physique Contest 2026)” ระหว่างวันที่ 3–4 ตุลาคม 2569 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ จังหวัดนนทบุรี

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสานต่อความสำเร็จของโครงการ “เพาะกายทุกวัย สดใสทุกวัน” ซึ่งสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทยดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายแบบเวตเทรนนิง (Weight Training) และนำไปใช้สร้างเสริมสุขภาพ พัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย รวมถึงดูแลรูปร่างและกล้ามเนื้อให้สมส่วน

นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีสำหรับผู้ที่ผ่านการฝึกฝนและพัฒนารูปร่างจากการออกกำลังกาย ได้ทดสอบความพร้อมและแสดงศักยภาพในการแข่งขัน ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักกีฬาที่มีความสามารถได้รับการพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสระดับประเทศในอนาคต

ไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันในปีนี้ คือการเปิดตัวประเภท “มวยไทยฟิสิค” เป็นครั้งแรก แบ่งการแข่งขันออกเป็นมวยไทยฟิสิคชายและมวยไทยฟิสิคหญิง โดยเป็นรุ่นพิเศษสำหรับนักกีฬามวยไทยที่มีบัตรประจำตัวนักมวย ซึ่งออกและรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย (สคม.) การกีฬาแห่งประเทศไทย และบัตรยังไม่หมดอายุ

ทางสมาคมฯ จัดการแข่งขันประเภทนี้ ขึ้นมาเพื่อเป้าหมายสำคัญในการเฟ้นหาสุดยอดนักกีฬามวยไทยชายและหญิงที่มีรูปร่างสมส่วน กล้ามเนื้อแข็งแรงสมบูรณ์และสวยงาม พร้อมนำเสนอเอกลักษณ์ของกีฬามวยไทยผ่านการแข่งขันฟิสิครูปแบบใหม่

สำหรับการแข่งขันมวยไทยฟิสิคหญิง ในรอบพิจารณาสรีระ นักกีฬาจะต้องสวมเสื้อสปอร์ตบราและกางเกงมวยไทยที่กระชับเหมาะสม ไม่บดบังการประเมินสรีระและกล้ามเนื้อ รวมถึงไม่มีข้อความหรือสัญลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม

นอกเหนือจากการแข่งขันประเภทใหม่แล้ว ภายในงานยังมีการแข่งขันกีฬาเพาะกายและฟิตเนสประเภทปกติอย่างครบถ้วน รวมทั้งหมด 18 รุ่น ประกอบด้วย

ประเภทเพาะกายชาย 4 รุ่น ได้แก่ อายุไม่เกิน 20 ปี รุ่นทั่วไป, อายุ 21–30 ปี รุ่นทั่วไป, อายุ 31 ปีขึ้นไป น้ำหนักไม่เกิน 75 กิโลกรัม และอายุ 31 ปีขึ้นไป น้ำหนักเกิน 75 กิโลกรัม

ประเภทสปอร์ตฟิสิคชาย 4 รุ่น ได้แก่ อายุไม่เกิน 18 ปี รุ่นทั่วไป เฉพาะนักเรียน, อายุไม่เกิน 20 ปี รุ่นทั่วไป, อายุไม่เกิน 35 ปี รุ่นทั่วไป และอายุ 36 ปีขึ้นไป รุ่นทั่วไป

ประเภทแอธเลติคฟิสิคชาย 2 รุ่น ได้แก่ อายุไม่เกิน 30 ปี รุ่นทั่วไป และอายุ 31 ปีขึ้นไป รุ่นทั่วไป

ประเภทโมเดลฟิสิคหญิง 3 รุ่น ได้แก่ อายุไม่เกิน 20 ปี รุ่นทั่วไป ซึ่งกำหนดให้สวมชุดสปอร์ตบรา, อายุไม่เกิน 35 ปี รุ่นทั่วไป และอายุ 36 ปีขึ้นไป รุ่นทั่วไป

นอกจากนี้ ยังมีประเภทแอธเลติคฟิสิคหญิง รุ่นทั่วไป, ฟิตเนสฟิสิคชาย รุ่นทั่วไป, ฟิตเนสฟิสิคหญิง รุ่นทั่วไป, มวยไทยฟิสิคชาย รุ่นทั่วไป และมวยไทยฟิสิคหญิง รุ่นทั่วไป โดยการแข่งขันบางประเภทจะพิจารณาเกณฑ์น้ำหนักให้สอดคล้องกับส่วนสูงตามระเบียบที่สมาคมฯ กำหนด

ผู้ชนะการแข่งขันในแต่ละรุ่น อันดับที่ 1 จะได้รับถ้วยรางวัล ประกาศนียบัตร และเงินสนับสนุน 5,000 บาท อันดับที่ 2 รับเงินสนับสนุน 4,000 บาท อันดับที่ 3 รับเงินสนับสนุน 3,000 บาท อันดับที่ 4 รับเงินสนับสนุน 2,000 บาท และอันดับที่ 5 รับเงินสนับสนุน 1,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร

นักกีฬาที่ได้รับรางวัลอันดับ 1–5 ของแต่ละรุ่น จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเพาะกายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย “Mr. Thailand 2027”(มิสเตอร์ไทยแลนด์ 2027) ยกเว้นประเภทมวยไทยฟิสิคชายและมวยไทยฟิสิคหญิง ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก