ทำไมรถไฮบริด กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ในปี 2026
เรียกว่า บอลเริ่มเข้าทางมากขึ้นสำหรับบรรดาค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น หลังจากผู้บริโภคเริ่มสนใจในเทคโนโลยียานยนต์ไฮบริด และกลายเป็นทางเลือก สำหรับลูกค้าที่ต้องการรถใช้งาน
ทำไมอยู่ดีๆ รถไฮบริดก็ตีไข่แตกได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ คนส่วนใหญ่เทไปรถยนต์ไฟฟ้า 100% และ ปัจจุบันก็ยังได้รับความสนใจอยู่ โดยเฉพาะระยะหลัง รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเริ่มมีขนาดและราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น เหมาะสมต่อการใช้งานมากขึ้นด้วย

ชัดเจน HEV ขายดีขึ้น
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานว่า ในครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2569 มียอดจำหน่ายรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (xEV) ในกลุ่มรถยนต์ไฮบริดประมาณ 74,640 คัน หรือ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปีราวๆ 20.23% ไม่ใช่จำนวนที่น้อยเลย สำหรับยอดขายปีนี้ และมีโอกาสจบในระดับหลักแสนคัน
ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ามีจำนวนยอดขายราวๆแสนกว่าคัน เพิ่มขึ้นพอสมควร เนื่องจากปัจจัยทางด้านราคาน้ำมัน กระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึง การมีรถยนต์รุ่นใหม่ จากผู้ผลิตบางแบรนด์ ที่มีความน่าสนใจและคุ้นเคย รวมถึงเริ่มมีการทำรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กราคาจับต้องง่ายมากขึ้น
ปัจจัยไฮบริดกลับมาผงาดได้
การที่ไฮบริดกลับมาอยู่ในใจลูกค้า ต้องยอมรับว่า เกิดจากหลายปัจจัยสำคัญช่วยดันให้วันนี้ รถไฮบริดตื่นขึ้นในใจคนไทย เรื่องนี้ประกอบด้วยหลายปัจจัยสำคัญ
ประการแรก , รถยนต์ไฮบริดที่ขายในไทยส่วนใหญ่ ต้องยอมรับว่า ยังเป็นบรรดาค่ายญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีนี้มากวก่า ทั้ง โตโยต้า ,ฮอนด้า,มิตซูบิชิ และ นิสสัน ต่างมีรถแบบนี้อยุ่ในหลายไลน์อัพ
ตั้งแต่เก๋งเล็ก, อเนกประสงค์ ขนาดเล็กกลางใหญ่, มีช่วงราคาและรูปแบบตัวรถที่ตอบโจทย์ ในราคาค่อนข้างสมเหตุสมผลมากขึ้น

ข้อต่อมา , ทางแบรนด์เริ่มทำการตลาดในเชิง Worried Free มากขึ้น โดยเฉพาะการให้การรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนในช่วงเวลาครอบคลุมตลอดอายุผลิตภัณฑ์ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 8-10 ปี หรือ ระยะทาง 160,000 ก.ม. ขึ้นอยู่กับแบรนด์
ทำให้ความกังวลของลูกค้าในแง่การใช้งาน ที่มีความกังขาโดยเฉพาะการต้องซ่อม 2 ระบบ หรือไม่ เบาใจลงเยอะ
เมื่อประกอบกับข้อเท็จจริง ว่า บรรดาแบรนด์ที่มีรถไฮบริด ส่วนใหญ่คือผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยม มีข้อได้เปรียบบริการหลังการขาย ,ศูนย์บริการที่ครอบคลุมครบวงจร

ทำให้ลูกค้าจำนวนมาก ที่อาจไม่ได้อยู่ในเขตเมืองหลวง หรือหัวเมืองใหญ่ ตัดสินใจซื้อรถไฮบริดมากกว่า
อีกด้านคือในแง่ พฤติกรรมการใช้รถ ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ
รถยนต์ไฮบริดใช้หลักการเหมือนกับรถยนต์สันดาปทุกประการ แต่ระบบจะทำงานและปรับโหมดการขับเคลื่อนตามที่มองว่าเหมาะสมต่อการใช้งาน
ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง ไฮบริดง่ายกว่าเยอะ
ข้อดีในเรื่องนี้คือ ลูกค้าหรือผู้ใช้ ไม่จำเป็นต้องปรับตัวเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม เพื่อทำให้การใช้งานสะดวก
รวมถึงไม่ต้องวุ่นวายกับเรื่องของการชาร์จ ไม่ว่าจะการต้องมานั่งติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน ,หรือการต้องมานั่งปวดกบาลกับ ระบบจองตู้ชาร์จ , และ ต่อคิวรอเข้าชาร์จในช่วงเทศกาล

ซึ่งหลายคนเองก็เริ่มเห็นปัญหาเรื่องนี้มากขึ้น ในหลายครั้งที่มีประเด็นในกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าตามโซเชี่ยล
ผู้ใช้บางกลุ่มเองก็อาจต้องการประสบการณ์การใช้รถที่เรียบง่าย ไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นถกเถียงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์มากนัก
ค่าใช้จ่ายแฝง เริ่มเห็น
ที่ผ่านมา การพูดถึงความประหยัดของรถยนต์ไฟฟ้ามักเริ่มจากต้นทุนพลังงานต่อกิโลเมตร แต่เมื่อรถเริ่มเข้าสู่การใช้งานจริง ผู้บริโภคก็เริ่มมองต้นทุนในภาพรวมมากขึ้น ทั้งค่าเบี้ยประกัน การซ่อมบำรุง ค่าอะไหล่ ระยะเวลารอซ่อม รวมถึงมูลค่ารถเมื่อใช้งานไปแล้วหลายปี
วันนี้ความจริงเริ่มปรากฏชัด และส่งต่อกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เริ่มกระทบกับการตัดสินใจมากขึ้น

ท้ายสุด อีกประเด็นที่ทำให้คนจะซื้อ BEV เริ่มคิดหนัก คือ มีหลายเคส เริ่มเจอการรออะไหล่ และซ่อมเป็นเวลานาน หรือบางครั้งเกิดอุบัติเหตุ อาจไม่ได้คิดว่ารุนแรงมาก แต่เกิดการคืนทุนประกัน
หลายคนไม่ได้มีรถหลายคันในบ้าน จึงเริ่มคิดหนักมากขึ้น บางทีอาจไม่ใช่เขาไม่พร้อมสำหรับ EV แต่แค่ไม่อยากเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
ส่วนลดน้อยลง คนซื้อตามจริงมากขึ้น
แล้วท้ายสุด ด้วยการเปลี่ยนผันของการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้ส่วนลดน้อยลงไปกว่าช่วงมาตรการ EV 3.0
กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พฤติกรรมลูกค้าเริ่มเบี่ยงเบน จากเดิมต้องซื้อ EV เท่านั้น แต่ตอนนี้เริ่มคิดให้หนักมองให้รอบด้าน ที่ต้องการใช่แบบนี้หรือเปล่า แล้วพร้อมรับความเสี่ยงหรือเปล่า

มันช่วยลดการกดทับของ EV ที่เดิมได้อานิสงค์การสนับสนุนจากภาครัฐในระดับแสนกว่าบาท จนไม่ว่าใครก็ไม่อยากเสียสิทธิประโยชน์ที่ภาครัฐสมนาคุณ
ในวันนี้ รถยนต์ไฮบริดเริ่มเป็นทางเลือกให้ลูกค้ามากขึ้น มันอาจขายดีขึ้นกว่า 2-3 ปีก่อน แต่ผู้ผลิตทุกท่านก็ไม่ควรจะนิ่งนอนใจ อย่าลืมว่า ผู้บริโภคแลาดมากขึ้น ควรมองให้ถี่ถ้วน เรามีรถที่ตอบโจทย์ตรงใจคนไทยแล้วหรือยัง
We use cookies on our website to give you the most relevant experience by remembering your preferences and repeat visits. By clicking “Accept”, you consent to the use of ALL the cookies.