บอลโลก2026ผ่านฉลุย สู่ฉากใหม่64ทีมปี2030

เสร็จสิ้นลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโกและแคนาดาร่วมกันเป็นเจ้าภาพ หลังฟาดแข้งกันมาอย่างยาวนาน 104 แมตช์ นับตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา จากทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 48 ชาติ

แม้หลายๆ เรื่องจะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร แต่ก็ถือว่า 3 ชาติจากโซนคอนคาเคฟ ที่รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ ทำออกมาได้ดีตามมาตรฐาน โดยเฉพาะแม่งานใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ที่แสดงศักยภาพของชาติมหาอำนาจออกมาได้เป็นอย่างดี กับการจัดการแข่งขันที่ถือว่า “สอบผ่านฉลุย”

อย่างไรก็ตามหลายคนอาจเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า พยายามผลักดันให้ในอีก 4 ปีข้างหน้า หรือในปี 2030 ที่จะเป็นการครบรอบ 100 ปี ฟุตบอลโลกนั้น จะให้เพิ่มทีมเข้าแข่งขันเป็น 64 ชาติ ทำให้เรื่องดังกล่าวนี้ถูกวิจารณ์อย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนในโลกโซเชียล

ตามการรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ ระบุว่า ฟีฟ่ากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอ และศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการแข่งขันฟุตบอลโลก 2030 จาก 48 ทีม เป็น 64 ทีม เพื่อเปิดโอกาสให้ชาติเล็กๆ ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์มากขึ้น โดยประธานอย่าง จานนี อินฟานติโน ยืนยันว่าจะมีการหารืออย่างจริงจังหลังจบฟุตบอลโลก 2026

สำหรับรูปแบบการแข่งขันแบบ 64 ทีมที่มีการหยิบยกมาศึกษา หากมีการนำมาใช้จริง อาจแบ่งเป็น 16 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม (แข่ง 3 นัดในรอบแรก) แล้วนำแชมป์และรองแชมป์กลุ่มรวม 32 ทีม เข้าสู่รอบน็อกเอาต์ต่อไป

โดย ฟุตบอลโลก 2030 จะเป็นวาระครบรอบ 100 ปีของทัวร์นาเมนต์ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะจัดการแข่งขันขึ้นใน 3 ทวีป มี โมร็อกโก (แอฟริกา), โปรตุเกส และสเปน (ยุโรป) ที่จะเป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมด้วยแมตช์พิเศษเฉลิมฉลองในทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ อุรุกวัย, อาร์เจนตินา และปารากวัย

“มัน (การแข่งขันแบบ 64 ทีม) เป็นประเด็นที่จะถูกนำมาพิจารณา และหารืออย่างจริงจังในคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ทันทีหลังจากที่ฟุตบอลโลกครั้งนี้ (2026) สิ้นสุดลง” จานนี อินฟานติโน กล่าว

“ฟุตบอลโลกเป็นเรื่องของคนทั้งโลก ไม่ใช่แค่สำหรับยุโรปและอเมริกาใต้เท่านั้น คุณภาพของทีมต่างๆ จากทั่วโลกกำลังสูงมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่เปิดโอกาสให้ประเทศเล็กๆ ได้เข้าร่วมฟุตบอลโลก พวกเขาก็จะขาดแรงจูงใจที่จะพัฒนาตัวเองต่อไป”

ในตอนนี้สถานการณ์ของเรื่องดังกล่าวยังไม่แน่นอน “ฟีฟ่า” ยังไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าจะสนับสนุนแผนดังกล่าว เพียงแต่ระบุว่าจะมีการหารืออย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 และเจ้าหน้าที่ได้ระบุอย่างระมัดระวังว่ายังไม่มีการตัดสินใจใดๆ ในเร็วๆ นี้

มีรายงานว่ากลุ่มสหพันธ์ฟุตบอลในอเมริกาใต้ หรือ CONMEBOL กำลังผลักดันอย่างหนักให้การจัดการแข่งขันครบรอบ 100 ปี เพิ่มทีมเป็น 64 ทีม ซึ่งตัวของประธานฟีฟ่าอย่าง อินฟานติโนที่เคยขยายการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็น 48 ทีมมาก่อนก็ดูจะชอบในหลักการนี้เช่นกัน

แต่พวกเขากำลังเผชิญกับปัญหาที่การขยายตัวในอดีตที่ไม่เคยเจอมาก่อน นั่นคือ สหภาพผู้เล่นที่มีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพราะนักฟุตบอลก็จะต้องลงสนามมากขึ้น แทนที่จะได้พักผ่อนช่วงปิดฤดูกาล และองค์กรกำกับดูแลของยุโรปเองต่างก็คัดค้าน

มีการอ้างถึงปฏิทินการแข่งขันรอบคัดเลือก และสวัสดิภาพของผู้เล่นเป็นข้อโต้แย้งหลัก ด้วยปี 2030 ที่เหลืออีกเพียงสี่ปี และประเทศเจ้าภาพใน 3 ทวีปได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น “ฟีฟ่า” จึงไม่มีเวลามากนักในการตัดสินใจ

หนึ่งในคนที่ออกมาคัดค้านแบบหัวชนฝา คือ อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลแห่งยุโรป หรือยูฟ่า ที่ชี้ว่าแนวคิดนี้ถือว่าแย่มาก เช่นเดียวกับ วิกเตอร์ มอนตาเกลียนี ประธานคอนคาแคฟ ที่กล่าวว่า “การขยายจำนวนแมตช์ไม่ใช่การตัดสินใจที่ถูกต้องสำหรับทัวร์นาเมนต์เอง และระบบนิเวศฟุตบอลในวงกว้าง ตั้งแต่ทีมชาติไปจนถึงการแข่งขันระดับสโมสร ลีก และผู้เล่น”.