ทำไมปี 2026 หลายแบรนด์ยังชั่งใจก่อนใช้ AI ในงานจริง อินไซต์จาก Number 24 x Shutterstock - Brand Buffet

แชร์ :

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Generative AI ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานขององค์กรทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การสร้างภาพ เขียนบทความ ผลิตวิดีโอ ไปจนถึงการออกแบบแคมเปญการตลาด หลายธุรกิจเริ่มทดลองใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาการทำงาน และเปิดโอกาสให้ทีมสร้างสรรค์ได้ทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิม

แต่เมื่อถึงเวลานำ AI เชิงพาณิชย์ มาใช้งานจริง หลายแบรนด์กลับไม่ได้รีบก้าวตามกระแสอย่างที่หลายคนคิด

แม้องค์กรจำนวนมากจะเห็นศักยภาพของ AI แต่การนำ AI มาใช้ในงานที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ การสื่อสารการตลาด และทรัพย์สินทางปัญญา ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะสิ่งที่เดิมพันไม่ได้มีเพียงประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังรวมถึงความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ความปลอดภัยของข้อมูล และความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์ในระยะยาว

คำถามสำคัญในปี 2026 จึงไม่ใช่ควรใช้ AI หรือไม่ แต่คือจะใช้ AI เชิงพาณิชย์อย่างไรให้มั่นใจและปลอดภัยเสียมากกว่า

การใช้ AI เชิงพาณิชย์ ไม่ได้วัดแค่ความสามารถของ AI

หลายองค์กรเริ่มต้นจากการทดลองใช้ AI กับงานภายในองค์กร แต่เมื่อจะนำผลงานไปใช้ในโฆษณา เว็บไซต์ แคมเปญการตลาด หรือสื่อประชาสัมพันธ์ คำถามใหม่ก็เกิดขึ้นทันที

ความแตกต่างระหว่างการทดลองใช้ AI กับการใช้ AI เชิงพาณิชย์ คือความรับผิดชอบที่ตามมา เพราะทุกชิ้นงานล้วนสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ และอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้ในระยะยาว

เมื่อผู้บริโภคเริ่มมองออกว่าอะไรคือคอนเทนต์จาก AI

นอกจากเรื่องกฎหมายแล้ว ความรู้สึกของผู้บริโภคคือปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อยอดขาย ไม่ใช่แค่ความรู้สึกลอยๆ

งานวิจัยจาก Hookline ปี 2025 พบว่าคนอเมริกันกว่า 82% สามารถจับสังเกตได้ว่าคอนเทนต์ไหนสร้างจาก AI และตัวเลขนี้ยิ่งสูงขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เกือบ 90% จับสังเกตได้ในทันที นั่นแปลว่าแบรนด์ไม่สามารถใช้ AI แบบ “หวังว่าจะไม่มีใครรู้” ได้อีกต่อไป

ที่สำคัญกว่านั้น การรู้ว่าเป็น AI ไม่ได้แค่ทำให้คนรู้สึกเฉยๆ แต่ทำให้ผู้บริโภคเสียความเชื่อใจในแบรนด์ ข้อมูลจาก Klaviyo และ Datalily ต้นปี 2026 (สำรวจผู้บริโภค 8,000 คนทั่วโลก) ระบุว่าเมื่อผู้บริโภคสังเกตเห็นว่าคอนเทนต์การตลาดของแบรนด์สร้างจาก AI มีเพียง 7% ที่บอกว่าทำให้เชื่อถือแบรนด์มากขึ้น ในขณะที่ 31% บอกว่าทำให้เชื่อถือน้อยลง หรือพูดง่ายๆ คือ AI ที่มองเห็นได้ชัดในคอนเทนต์ มีโอกาสทำลายความเชื่อใจมากกว่าสร้างถึง 4 เท่า

หากแบรนด์พึ่งพา AI มากเกินไปจนผลงานขาดเอกลักษณ์หรือขาดความเข้าใจในบริบทของผู้ชม ความเสี่ยงจึงไม่ใช่แค่ “ดูไม่มืออาชีพ” แต่คือการเสียลูกค้าไปจริงๆ บทสนทนาบนเวที Cannes Lions 2026 จึงสะท้อนตรงกันว่า สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้แบรนด์ยังคงเป็นความคิดสร้างสรรค์จากมนุษย์ มุมมองของมนุษย์ และความสามารถในการสร้าง Human Connection ที่ AI แทนที่ไม่ได้ AI จึงควรทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเบื้องหลัง ไม่ใช่สิ่งที่เอาหน้าแทนแบรนด์

ความกังวลเรื่อง Copyright และ IP ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ

นี่ไม่ใช่ความกังวลของคนกลุ่มน้อย แต่เป็นอุปสรรคอันดับต้นๆ ที่แบรนด์ระดับโลกยอมรับตรงๆ ผลสำรวจของ World Federation of Advertisers (WFA) ที่ทำกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พบว่า 66% ของแบรนด์มองว่าความเสี่ยงทางกฎหมายคืออุปสรรคใหญ่ที่สุดในการนำ Generative AI มาใช้ และเจาะจงลงไปอีก 77% มีความกังวลเรื่อง IP และลิขสิทธิ์โดยตรง ผลลัพธ์คือ แม้แบรนด์จะใช้ AI กันแล้ว แต่มีเพียง 40% เท่านั้นที่กล้านำ AI มาใช้กับคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคเห็นจริง ส่วนใหญ่ยังจำกัดการใช้งานไว้แค่ภายในองค์กร เพราะไม่มั่นใจว่าถ้าเกิดปัญหาลิขสิทธิ์ขึ้นมา ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ

ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์ที่ทำงานผ่านเอเจนซี่ก็ยังกังวลไม่แพ้กัน 8 ใน 10 ของแบรนด์ระดับโลกมีความกังวลเรื่องวิธีที่ครีเอทีฟและมีเดียเอเจนซี่ใช้ Generative AI ในนามของตน แต่มีเพียง 36% เท่านั้นที่กำหนดเงื่อนไขการใช้ AI ไว้ในสัญญากับพาร์ตเนอร์อย่างชัดเจน ช่องว่างตรงนี้คือความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ เพราะต่อให้แบรนด์ระมัดระวังเอง แต่ถ้าคู่ค้าใช้ AI แบบไม่มีการควบคุม ความเสียหายก็ตกมาที่ชื่อแบรนด์อยู่ดี

สำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ AI เชิงพาณิชย์ เรื่องลิขสิทธิ์จึงไม่ใช่รายละเอียดเล็กๆ ที่ค่อยจัดการทีหลัง แต่เป็นความเสี่ยงระดับกลยุทธ์ที่ต้องวางระบบไว้ตั้งแต่ต้น ทั้งแหล่งข้อมูลของ AI ที่ใช้ เครื่องมือ AI ที่ใช้งาน เงื่อนไขสัญญากับพาร์ตเนอร์ และกระบวนการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ที่ต้องทำอย่างจริงจัง

ปี 2026 ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครใช้ AI แต่เป็นการแข่งขันว่าใครใช้ AI เชิงพาณิชย์ได้อย่างมั่นใจ

เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือที่เข้าถึงได้ง่าย ความได้เปรียบของธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่การใช้ AI ก่อนใคร แต่คือการวางกระบวนการใช้งานที่เหมาะสม

องค์กรที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ใช้ AI เพื่อทดแทนคน แต่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม ลดเวลาทำงานซ้ำ ๆ และเปิดโอกาสให้บุคลากรได้ใช้เวลากับการคิดเชิงกลยุทธ์ การสร้างสรรค์ และการพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า

ขณะเดียวกัน ทุกขั้นตอนของการใช้ AI เชิงพาณิชย์ ควรสามารถตรวจสอบสิทธิ์การใช้งาน แหล่งที่มาของข้อมูล และมาตรฐานด้านความปลอดภัยได้ เพื่อให้ AI กลายเป็นเครื่องมือที่สร้างคุณค่าให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน

เลือก AI เชิงพาณิชย์ ที่พร้อมสำหรับการใช้งานจริงกับ Number 24 x Shutterstock

การเลือกใช้ AI สำหรับธุรกิจ ไม่ควรพิจารณาเพียงว่าผลลัพธ์สวยหรือสร้างงานได้รวดเร็วเพียงใด แต่ควรมองถึงความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม สิทธิ์ในการใช้งาน และความพร้อมสำหรับการใช้งานในระดับองค์กร

ด้วยประสบการณ์ในการสนับสนุนองค์กรและแบรนด์ชั้นนำ Number 24 x Shutterstock พร้อมให้คำปรึกษาด้าน AI เชิงพาณิชย์ และโซลูชันสำหรับการสร้างสรรค์คอนเทนต์อย่างมืออาชีพ ทั้งคลังภาพ วิดีโอ เพลง โมเดล3D และเครื่องมือเทคโนโลยี AI ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ขององค์กรโดยเฉพาะ ช่วยให้ทีมการตลาดและทีมครีเอทีฟทำงานได้รวดเร็วขึ้น พร้อมบริหารความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างมั่นใจ

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางในการนำ AI เชิงพาณิชย์ มาใช้กับการตลาด การสร้างคอนเทนต์ หรือการสื่อสารองค์กร Number 24 x Shutterstock พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำโซลูชันที่เหมาะกับธุรกิจ เพื่อให้การใช้ AI ไม่ใช่เพียงการตามเทรนด์ แต่เป็นการลงทุนที่สร้างคุณค่าให้แบรนด์ได้ในระยะยาว

สอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่ 

Inbox : http://m.me/number24.co.th

LINE Official Account : https://line.me/R/ti/p/@klj9484n

Instagram : https://www.instagram.com/number24.co.th

Website : https://number24.co.th/


แชร์ :