ความน่าจะอ่าน 2026 : The Finalist หมวด Non-Fiction ชุดที่ 2

เพราะหนังสือและการอ่านอยู่กับเราในทุกช่วงของการเติบโต ไม่ว่าจะอ่านหนังสือประเภทไหน Non-Fiction หรือ Fiction วรรณกรรมแปลหรือวรรณกรรมไทย การ์ตูน หนังสือภาพ บทกวี – ทั้งหมดล้วนให้ทั้งสาระและความบันเทิงเต็มอิ่มคนละรสชาติ

สำหรับ ‘ความน่าจะอ่าน 2026 : Coming of อ่าน – ยิ่งอ่าน ยิ่งโต’ นี้ ยังคงมีหนังสือ Non-Fiction ได้รับการแนะนำกันเข้ามาหลากหลายเล่มอีกเช่นเคย ในชุดที่ 2 ขอชวนคุณมาค้นหาหนังสือที่ตรงใจในหมวดจิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง ชีวประวัติ บันทึกการเดินทางและความทรงจำ ปริทัศน์วรรณกรรม และศิลปะกับอาหาร จากคำแนะนำของบรรดานักเขียน บรรณาธิการ เจ้าของสำนักพิมพ์ ร้านหนังสือ และนักวาดภาพประกอบ

จะมีเล่มใดบ้าง มาจดลิสต์ ‘น่าจะอ่าน’ กันได้เลย

จิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง


Japan Wisdom ชนะชีวิตในเกมยาว

ผู้เขียน : บูม ภัทรพล เหลือบุญชู

สำนักพิมพ์ : DOT


แนะนำโดย : ภาคย์ มหิธิธรรมธร สำนักพิมพ์ Hummingbooks

“ผู้เขียนนำประสบการณ์จริงของตัวเองจากการใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น รวมทั้งรวบรวมข้อมูลดีๆ จากหนังสือหลายเล่มมาสรุปย่อๆ ให้อ่านง่ายๆ และทำตามได้จริง หนังสือเล่มนี้แนะให้เราเลือกหยิบสิ่งที่ดีที่สุดจาก ‘วิธีคิดแบบคนญี่ปุ่น’ มาปรับใช้กับชีวิตของตัวเอง อ่านแค่เล่มเดียว แต่ได้เคล็ดลับดีๆ เพียบ คุ้มค่าแก่การอ่านเป็นอย่างมาก”


Stress Resets: How to Soothe Your Body and Mind in Minutes

ตั้งค่าใจให้ไกลเครียด

ผู้เขียน : Jennifer L. Taitz

ผู้แปล : ศิริกมล ตาน้อย

สำนักพิมพ์ : Bookscape


แนะนำโดย : ดวงใจ จีนานุรักษ์ / ศิริรัตน์ ไชยาริพันธ์ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)

“คู่มือดูแลสุขภาพจิตใจและสร้างภูมิคุ้มกันทางใจฉบับพกพา ปรับมุมมอง ความคิด ให้หลุดออกจากวงจรความเครียด การเปลี่ยนการตอบสนองเชิงพฤติกรรม การใช้กลไลทางร่างกาย และสอนวิธีอยู่ร่วมกับอารมณ์อย่างมีสติ”


Get Better at Anything วิชาพัฒนาตัวเองที่ใช้ได้ตลอดชีวิต

ผู้เขียน : Scott H. Young

ผู้แปล : ภัทรกร มิ่งมงคลอนันต์

สำนักพิมพ์ : Bingo


แนะนำโดย : ดวงใจ จีนานุรักษ์ / ศิริรัตน์ ไชยาริพันธ์ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)

“หนังสือที่ให้แนวคิดในการจัดระบบการเรียนรู้และกรอบความคิด เพื่อพัฒนาทักษะอย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนรู้ในทุกทักษะ เป็นเหมือนวิชาพัฒนาตัวเองที่ใช้ได้ตลอดชีวิต”

The Child in You เราทุกคนควรได้รับการโอบกอด

ผู้เขียน : Stefanie Stahl

ผู้แปล : ปิยะบุตร หล่อไกรเลิศ

สำนักพิมพ์ : O2


แนะนำโดย : ณัฐดนัย เลิศชัยฤทธิ์ สำนักพิมพ์ Live Rich

“หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงชวนให้เข้าใจ ‘เด็กในตัวเรา’ ทั้งสองแบบ คือ เด็กผู้มืดมน และเด็กผู้สดใส เพื่อให้เราเยียวยาปมด้อยต่างๆ พร้อมกับปลุกความภาคภูมิใจขึ้นมา แต่ยังทำให้เราสร้าง ‘ตัวตนผู้ใหญ่’ ที่พร้อมยอมรับข้อบกพร่อง ปรับปรุงพฤติกรรม และเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ได้ และแม้เราจะโตเป็นร่างผู้ใหญ่จนถูกภาระความเครียดกลืนกินและลืมความสดใสแบบเด็กไปแล้ว แต่นี่แหละคือสิ่งที่เยียวยาเราได้ดีมากจริงๆ”

อย่าปล่อยให้ความคิดร้ายๆ เป็นเจ้านายของชีวิต

ผู้เขียน : Yutaka Ono

ผู้เเปล : ปณิธิ บริสุทธิ์

สำนักพิมพ์ : อมรินทร์ How to


แนะนำโดย : ณัฐดนัย เลิศชัยฤทธิ์ สำนักพิมพ์ Live Rich

“เล่มนี้ช่วยสอนวิธีจัดการความคิดของตัวเองให้ดีขึ้น ด้วยหลักจิตวิทยาที่อ่านเข้าใจง่าย พอเราจัดการระบบความคิดได้ มันก็ช่วยเปลี่ยนความรู้สึกแย่ๆ ให้กลายเป็นชีวิตที่มีความสุขขึ้นได้จริง”


STOIC KICK-OFF ฮาวทูดูบอลไม่ให้หัวร้อน แม้ทีมรักจะเล่นโคตรกาก

ผู้เขียน : Zyo

สำนักพิมพ์ : WeLearn


แนะนำโดย : ณัฐดนัย เลิศชัยฤทธิ์ สำนักพิมพ์ Live Rich

“ประทับใจทันทีตั้งแต่เห็นชื่อหนังสือ ส่วนตัวแล้วเป็นคนดูฟุตบอลที่ค่อนข้างเครียดเวลาทีมรักทำผลงานไม่ดี หนังสือเล่มนี้ช่วยให้มองโลกตามแนวคิดสโตอิกเพื่อปล่อยวางความเครียดนั้น เพราะผลงานของทีมฟุตบอลนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย แต่ความรู้สึกนึกคิดของเราต่างหากที่สามารถปรับให้ไม่เครียดได้”


Secular Meditation สมาธิไม่มีศาสนา

ผู้เขียน : ‘ปราย พันแสง

สำนักพิมพ์ : ห้องสมุดชุมชนวิปัสสนาลัย


แนะนำโดย : นำชัย ชีววิวรรธน์ สำนักพิมพ์กาลาปากอส

“ส่วนแรกเล่าถึง ‘วิธีปฏิบัติสมาธิ วิปัสสนา’ ของสำนักต่างๆ หลากหลายวิธี มีรายละเอียดยิบย่อยที่แตกต่างกัน พร้อมๆ กันไปกับการเล่าถึงประวัติของคุรุ และลักษณะของการแพร่หลายไปในโลกตะวันตกของ school ต่างๆ ที่ชาวตะวันตกมาร่ำเรียนในอินเดียหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนหลังเล่าถึงพลังสมาธิที่ยูวัล แฮรารี นำมาใช้ในงานเขียนและวิถีปฏิบัติ อันเป็นตัวอย่างสำคัญของการทำสมาธิว่า ทำได้ผล โดยไม่ต้องยึดติดกับการยึดถือหรือเป็นสาวกของศาสนาใด เพราะสมาธิเป็นเรื่องสากล”


Grateful Living ชีวิตเต็มไปด้วยของขวัญ

ผู้เขียน : นิ้วกลม

สำนักพิมพ์ : KOOB


แนะนำโดย : ดวงใจ จีนานุรักษ์ /ศิริรัตน์ ไชยาริพันธ์ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)

“หนังสือชวนให้มองเห็นของขวัญที่ซ่อนอยู่ในเรื่องธรรมดาใกล้ตัว ช่วยดึงเราออกจากความวุ่นวายและความเร่งรีบ ให้กลับมาโฟกัสกับช่วงเวลาปัจจุบัน เปลี่ยนมุมมองทางความคิด ความเข้าใจโลก และความอ่อนโยนต่อชีวิต”

ชีวประวัติ


My Life in Red and White: My Autobiography

อาร์แซน เวนเกอร์ อัตชีวประวัติ

ผู้เขียน : Arsene Wenger

ผู้แปล : กุลเดช ถิรชานนท์ และศุลี วัฒนวิชัย

สำนักพิมพ์ : read it


แนะนำโดย : กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์สมมติ

“จากคำถามของ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน “เวนเกอร์ นี่ใครเหรอ?” สู่สุดยอดผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ดีที่สุดคนหนึ่งของยุค หนังสือเล่มนี้คือบันทึกชีวิตของ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ไม่ได้เล่าเพียงเรื่องฟุตบอล หากพาเราเข้าไปเห็นความคิด ชีวิต และหลักการที่อยู่เบื้องหลังคนคนหนึ่งซึ่งใช้เวลาหลายทศวรรษอยู่กับเกมลูกหนัง และแน่นอนว่า หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สนุกเฉพาะแค่สาวกปืนใหญ่ เพราะเหมาะสำหรับทุกคนที่สนใจกีฬา การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างมีวินัย หนังสือเล่มเป็นมากกว่าอัตชีวประวัติ เพราะเนื้อหายังเต็มไปด้วยบทเรียนว่าด้วยความทะเยอทะยาน ความล้มเหลว การเปลี่ยนแปลง และการยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อมั่น”


ยศชนัน The Possible Leader

ผู้เขียน : นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ และนพเก้า คงสุวรรณ

สำนักพิมพ์ : MAGPIE


แนะนำโดย : เพชรลัดดา แก้วจีน Whale & Rabbit Library

“หนังสือชีวประวัติของยศนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่อ่านแล้วเหมือนเราได้นั่งฟังสัมภาษณ์ของยศนันท์ ผู้เขียนเรียบเรียงเนื้อหาออกมาได้อย่างดี เล่าถึงชีวิตในวัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงานการเป็นนักวิจัยที่มีผลงานงานวิจัยต่างๆ เป็นที่ยอมรับ บทบาทของผู้บริหารมหาวิทยาลัย ชีวิตส่วนตัว และการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ในการตัดสินใจเดินเข้าสู่เส้นนักการเมือง

ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นวิธีคิดเรื่องการทำงาน ความคิดเห็นทางการเมืองของยศนันที่เขาไม่ได้มองว่าการเป็นครอบครัวนักการเมืองคือจุดอ่อนแต่กลับทำให้เขามองว่านี่คือจุดแข็ง ทำให้เขาเข้าใจการเมืองไทยตั้งแต่แรกเริ่ม การมีพ่อเป็นอดีตนายก ลุงเป็นอดีตนายก มีลูกพี่ลูกน้องเป็นอดีตนายก เขามองประสบการณ์ของคนเหล่านี้เหมือนยักษ์ใหญ่ใจดีทำให้เขายืนมองเห็นอะไรกว้างขึ้น และนำประสบการณ์เหล่านี้มาต่อยอดกับวิสัยทัศน์ ประสบการณ์งานของตัวเอง เพื่อเดินบนเส้นทางของนักการเมืองหลังจากนี้”


ทินกรณ์ของศรีบูรพา

ระหว่างการลี้ภัยทางการเมืองในสาธารณรัฐประชาชนจีน

ถอดความและเรียบเรียง : ชมัยภร บางคมบาง, จรูญพร ปรปักษ์ประลัย, พุทธิชาต มาแดง, ศราวุธ วังหลวง, สมปอง ดวงไสว และอัศวุธ อุปติ

สำนักพิมพ์ : กองทุนศรีบูรพา


แนะนำโดย : สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ นิตยสารสารคดี

“ทินกรณ์ คือบันทึกประจำวัน ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ที่เขาเก็บไว้ในกล่องและเขียนสั่งไว้ว่าให้เปิดได้ในปี 2568 ซึ่งเป็นเวลา 50 ปีหลังจากเขาเสียชีวิต และยังเป็นปีครบรอบชาตกาล 120 ปีของเขาด้วย  เมื่อปี 2568 คณะกรรมการกองทุนศรีบูรพา จึงเปิดกล่องและพบว่ามีสมุดบันทึก 25 เล่ม และเอกสารอื่นๆ เป็นบันทึกระหว่าง 3 ตุลาคม 2501 ถึง 12 พฤษภาคม 2517 เขียนด้วยลายมือ จึงต้องมีคณะทำงานมาถอดคำตามที่กุหลาบเขียน พร้อมทำบทวิเคราะห์เหตุการณ์ที่สัมพันธ์กับในบันทึก เพื่อให้เห็นภาพชีวิตที่ชัดเจนของศรีบูรพาในช่วง ‘รอยต่อประวัติศาสตร์ที่หายไป 17 ปี’ ทำให้นี่เป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง”

บันทึกการเดินทางและความทรงจำ


Kisah Pelayaran Abdullah

บันทึกการเดินทางของอับดุลลอฮ์ มุนชี

ผู้เขียน : Abdullah bin Abdul Kadir Munsyi

ผู้แปล : ณายิบ อาแวบือซา

สำนักพิมพ์ : ทุนสนับสนุนโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย


แนะนำโดย : ปิญณ์ชาน์ เหล็กเพชร สำนักพิมพ์ GingerCat

“หายสงสัยว่าทำไม อับดุลลอฮ์ มุนชี ถึงถูกยกย่องว่าเป็น ‘บิดาแห่งวรรณกรรมมลายูสมัยใหม่’ หลังจากอ่านเล่มนี้ ทั้งที่เขียนขึ้นเมื่อเกือบสองร้อยปีก่อน แต่สายตากลับร่วมสมัยอย่างน่าประหลาด หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เพียงบันทึกการเดินทาง แต่ตั้งคำถามกับทุกอย่างที่ได้พบ อยากรู้ว่าบ้านเมืองจะพังเพราะอะไร ให้อ่านเล่มนี้”


แนะนำโดย : ธนาพล อิ๋วสกุล สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน

“อธรรมราชา ณ แหลมมลายู ต้นศตวรรษที่ 19

มองผู้ปกครองจากมุมมองของผู้ถูกกดขี่ ไม่จำเป็นเสมอไปว่าผู้กดขี่ ‘ชาติเดียวกัน’ จะดีกว่า ผู้กดขี่ ‘ต่างชาติ’ เสมอไป และเข้าใจว่าทำไมรัฐศักดินาถึงไม่สามารถปรับตัวให้กับโลกสมัยใหม่ได้”


Journal de deuil

อนุทินาลัย

ผู้เขียน : Roland Barthes

ผู้แปล : สายัณห์ แดงกลม

สำนักพิมพ์ : อ่าน


แนะนำโดย : ชาตรี ลีศิริวิทย์ สำนักพิมพ์ Animag


Le chambre claire. Note sur la photographie.

ลา ชองบร์ แคลร์ : บันทึกว่าด้วยภาพถ่าย

ผู้เขียน : Roland Barthes

ผู้แปล : สายัณห์ แดงกลม

สำนักพิมพ์ : อ่าน


แนะนำโดย : ชาตรี ลีศิริวิทย์ สำนักพิมพ์ Animag

“หนังสือสองเล่ม (อนุทินาลัย และบันทึกว่าด้วยภาพถ่าย) ที่มาจากการเสียชีวิตของแม่ เล่มหนึ่งเป็นบทบันทึกถึงแม่ อีกเล่มหนึ่งเป็นการวิเคราะห์ภาพถ่ายของแม่ หนังสือคู่นี้ทำให้นึกถึงอาจารย์ของเราที่รักมากคนหนึ่ง ที่เคยบอกว่า เวลาวิเคราะห์วรรณกรรมหรืองานทางวัฒนธรรมต่างๆ ด้านหนึ่งเราอาจดำดิ่งไปกับความซาบซึ้งทางอารมณ์ของงาน แต่อีกด้านหนึ่ง เราต้องมีความสามารถในการถอยห่าง ‘ยกระดับ และวางความซึ้งนั้นลง’ เพื่อถอดรหัสโครงสร้างที่ทำงานอยู่เบื้องหลังนั้น”


แนะนำโดย : กิตติพล สรัคคานนท์ ร้านหนังสือ Books & Belongings

“เป็นหนึ่งในผลงานที่นำพาภาพถ่ายไปสู่พรมแดนของปรัชญา และสร้างบทสนทนาทางทฤษฎียาวนานมาจนถึงทุกวันนี้”


You Only Live Once โฮสเทลไม่ใช่สถานที่ แต่คือผู้คน

ผู้เขียน: ปิยฤทธิ์ ปัญจธรรมวิทย์

สำนักพิมพ์ : Salmon Books


แนะนำโดย : จักรกฤต โยมพยอม สำนักพิมพ์ Avocado book

“หนังสือเล่มนี้คือบันทึกประสบการณ์ของผู้เขียนผู้ดำรงตำแหน่ง Happiness Manager ที่โฮสเทลแห่งหนึ่งในกลางกรุงเทพมหานคร เขาถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับหลายชีวิตที่แวะเวียนเข้ามาเป็นเพื่อนเขา โดยเล่าผ่านสายตาของคนที่มีชีวิตอยู่ในโฮสเทลแห่งนี้ ทุกเรื่องเล่าในหนังสือทำให้เห็นเสน่ห์ของโฮสเทล เห็นชีวิตที่หลากหลาย เห็นเรื่องบางเรื่องที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในโฮสเทล (จริงๆ ก็ไม่ควรเกิดขึ้นสักที่ในโลกนี้ด้วยซ้ำ)

องค์รวมของหนังสือเล่มนี้เปิดโลกและทรงพลังมากๆ หมายถึงว่ามันมีพลังมากพอที่จะทำให้เราย้อนคิดไปถึงตัวเองในวัยหนุ่มแน่น วันวัยที่ปราศจากภาระหนักหน่วง วันวัยที่ยังสามารถออกไปทำความรู้จักโลกได้แบบไร้กังวล วันวัยที่ยังแบ็กแพ็กไปนอนโฮสเทลได้ไม่ปวดหลัง

เชื่อว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้คนรุ่นใหม่อยากลองออกไปผจญโลก หรือออกไปนอนโฮสเทลดูสักครั้ง และในขณะเดียวกันก็ทำให้ชายวัยกลางคนอย่างผมรู้สึกยินดีกับตัวเองที่ช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตก็คือมีความรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน YOLO!”

ปริทัศน์วรรณกรรม

เขียน

ความเรียงสองชิ้นว่าด้วยที่ทางและฐานะของการเขียน

ผู้เขียน : ไอดา อรุณวงศ์

สำนักพิมพ์ : อ่าน


แนะนำโดย : ปิญณ์ชาน์ เหล็กเพชร สำนักพิมพ์ GingerCat

“ไม่ใช่หนังสือสอนเขียน แต่เป็นหนังสือว่าด้วยที่ทางของการเขียน เป็นความเรียงสองชิ้น ชิ้นหนึ่งว่าด้วยมานุษยวิทยาของการเขียนผ่านผู้หญิง 4 ชนชั้น อีกชิ้นว่าด้วยเรื่องสั้นพานแว่นฟ้าที่หลุดจากมาตรฐานของ ‘งานเขียนที่ดี’

ในเมื่อแกนของหนังสือคือการรื้อถอนอำนาจว่าใครมีสิทธิ์เขียน จะมาบอกว่า ‘เล่มนี้ต้องอ่าน เพราะคุณไอดาเขียน’ ก็ดูจะสอบตกแฟนพันธุ์แท้ เอาเป็นว่าลองทบทวน ‘ที่ทางในการอ่าน’ ของตัวเองแล้วพิจารณาดูว่าอยากอ่านไหม ส่วนตัวขอปักหมุดไว้ให้เฉยๆ  ที่เหลือประชาธิปไตยค่ะ :D”


แนะนำโดย : Ladys สำนักพิมพ์ลาดิดและมูนสเคป

“พอเราทำงานเขียน ทำงานสำนักพิมพ์มานานเข้า คิดเรื่องการขายไปมากๆ บางทีก็เหมือนว่าเราจะลืมคุณค่าบางส่วนของการเขียนไป เมื่ออ่านเล่มนี้จบ นอกจากเนื้อหาเชิงสังคม การเมือง และวรรณกรรมที่ทำให้เราได้คิดตาม มากบ้างน้อยบ้างตามแต่ความเชื่อมโยงกับประสบการณ์ส่วนตัว เขียนยังสะกิดให้เราย้อนกลับมามองตัวเองด้วยว่า การเขียนสำหรับเราแล้วคืออะไร สำคัญยังไง และทรงพลังได้มากแค่ไหน ซึ่งในฐานะคนเขียนหนังสือ แรงสะกิดนี้มันสุดเจ๋งจริงๆ—ตื่นเลยครับ”


แนะนำโดย : กองบรรณาธิการ โครงการจัดพิมพ์คบไฟ

“เป็นหนังสือที่พูดถึงพลังของการเขียนได้ดี น้อยเล่มที่พูดถึงการเขียนในลักษณะนี้ผ่านบทความขนาดสั้น 2 ชิ้นของผู้เขียน”


แนะนำโดย : กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์อ่านอิตาลี

“ความเรียงสองชิ้นที่ดึงให้เรากลับมาคิดว่า เราถูกวางและวางตนเองไว้ตรงไหนของความสัมพันธ์ใน ”สนาม” และขณะที่เรากำลังเขียน เรากำลังเขียนให้ใคร และจำเป็นไหมที่เราจะต้องเขียนในฐานะอะไร ซึ่งก็ทำให้เราได้สะท้อนเกี่ยวกับธรรมชาติของงานเขียนและการเสพงานเขียน แบบที่ยึดติดกับกรอบของโครงสร้าง ฉันทลักษณ์ ขนบ หรือ หลักการ ที่มีไว้ตอบโจทย์อื่น ๆ เช่น KPI บางประการของบางองค์กร หรือเพื่อทำเป็นเต๊ะจุ๊ยว่าฉันน่ะทรงภูมิ เพราะถ้าหากเราลืมไปว่า ที่ทางของตัวเรา ที่กำลังเขียนและกำลังอ่าน อยู่ตรงไหน ก็คงยากในการที่จะเข้าใจผู้อื่น และทำให้ผู้อื่นเข้าใจ”


วิจักษ์วิจารณ์วรรณกรรมฝรั่งเศส : ประวัติวรรณกรรมฝรั่งเศสฉบับพอประมาณ

ผู้เขียน : นพพร ประชากุล

สำนักพิมพ์ : อ่าน


แนะนำโดย : ศรัณย์ วงศ์ขจิตร สำนักพิมพ์ Paragraph

“คล้ายกับหนังสือนำเที่ยวที่พาท่องไปในโลกวรรณกรรมฝรั่งเศส อ่านสนุกจนเซอไพรส์”


ป่วนนาฬิกา

ผู้เขียน : สุธิดา วิมุตติโกศล

สำนักพิมพ์ : Paragraph


แนะนำโดย : กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์ไจไจบุ๊คส์

“หนังสือว่าด้วยวรรณกรรมเชิงคาดการณ์ที่หยิบมาอ่านด้วยความอยากรู้อยากเห็น พออ่านแล้วก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมาแรง ขายดี และกลายเป็นที่ฮือฮามาจนถึงปีนี้ เรียกได้ว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะปลุกคำว่า speculative fiction ให้นักอ่านพูดถึงกันเป็นวงกว้าง หนังสือยังทำให้เราตั้งคำถามเกี่ยวกับเวลาในชีวิตและอำนาจที่กำกับมันอยู่ เวลาอันจำกัดที่ทำให้เราต้องเลือกว่าอะไรกันแน่ที่สำคัญ”

ศิลปะและอาหาร


All the Beauty in the World: The Metropolitan Museum of Art and Me

โลกงดงามของยาม The Met

ผู้เขียน : Patrick Bringley

ผู้แปล : กัญญ์ชลา นาวานุเคราะห์

สำนักพิมพ์ : Bookscape


แนะนำโดย : ประธาน ธีรธาดา นิตยสาร Art4D

“อดีตกองบรรณาธิการ The New Yorker ลาออกจากงานมาเป็น ‘รปภ.’ ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทันนานกว่า 10 ปี เพื่อเยียวยาจิตใจหลังการสูญเสียพี่ชาย หน้าที่หลักของเขาคือ ยืน 8 -12 ชม. เหมือนเป็น ‘หุ่นไล่กา’ เงยหน้าเข้าไว้ ยืนเฝ้า เบิกตาให้กว้าง ขณะที่ภายในใจมีงานศิลปะผสมปะปนกับเรื่องราวที่ผูกพันกับงานเหล่านี้ บลิงเลย์ พาผู้อ่านท่องไปในพิพิธภัณฑ์โดยคนวงใน (ยาม) ให้มุมมองแบบเศษเสี้ยวเล็กๆในชีวิต ที่มีเรื่องให้สะกิดใจและมีศิลปะช่วยเยียวยาใจ หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับงานศิลปะ ที่ไม่ได้เขียนโดยภัณฑารักษ์ นักประวัติศาสตร์ศิลป์หรือนักสะสมงานศิลปะ แต่เป็นการมองโลกศิลปะจากมุมมองของรปภ. ซึ่ง…… มันดีมาก

“ …… ตลกดีที่ได้เรียนรู้ในสถานที่ยิ่งใหญ่และรวมวัฒนธรรมหลากหลายเอาไว้อย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ความหมายนั้นเกิดในพื้นที่เล็กๆเสมอ งานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสร้างสรรค์โดยผู้คนที่ชีวิต เต็มไปด้วยข้อจำกัด พยายามทำสิ่งเล็กๆ มาต่อกันเพื่อสร้างสิ่งสวยงาม มีประโยชน์ และจริงแท้……””


คลั่งรักอาหารไทย

ผู้เขียน : สมลักษณ์ กมลเลิศวรา, ณัฐนิช ชัยดี และวริษา ภาสกรนที

สำนักพิมพ์ : วริษา ภาสกรนที


แนะนำโดย : ประธาน ธีรธาดา นิตยสาร Art4D

“หนังสือเล่มนี้เดิมจัดเอาไว้อยู่ในลิสต์หนังสือออกแบบปกสวย พอดีปีนี้ไม่มีรางวัลนี้ เลยเอามาอยู่ใน3เล่มที่เลือกด้วย

‘คลั่งรักอาหารไทย’ ไม่ใช่แค่ปกสวยแต่เนื้อหาทั้งเล่มได้รับการดูแล การคัดสรร การจัดรูปเล่ม เลือกฟอนต์ต่างๆ มาวางลง บนพื้นที่ สีสดจัดจ้าน เสมือนรสชาติอันเกิดจากวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหารไทย สมลักษณ์ กมลเลิศวรา คือเจ้าของ/แม่ครัว ร้าน ‘เทียบทอง’ ที่เมืองชลบุรี เราชอบชื่อหนังสือตรงที่เลือกใช้คำว่า ‘คลั่งรัก’ มันมีอาการเกินความ ‘พอดี’ ฟังดูเหมือนไม่ดี จริงๆ คือดีเลิศ การทุ่มเทหัวใจให้กับเรื่องอะไรก็ตาม เพื่อให้ รู้จริง เข้าใจถ่องแท้ ได้มาตรฐาน และมีความสม่ำเสมอ ไม่สามารถใช้คำว่าชอบหรือรักแบบทั่วไปได้

หนังสือ ‘คลั่งรักอาหารไทย’ ได้ลูกสาว วริษา ภาสกรนที รวบรวมสูตรที่คุณแม่ สมลักษณ์ กมลเลิศวรา เป็นผู้ค้นคว้าและทดลองทำมานานกว่า 40 ปี เพื่อส่งต่อให้ผู้สนใจ ไม่ปล่อยให้หายไปพร้อมกาลเวลา ส่วนงานดีไซน์ทั้งภาพ รูปเล่ม ตัวอักษร ต้องเรียกว่าเกิดจากอาการ ‘คลั่งออกแบบ’ ด้วยเช่นกัน เพราะนักออกแบบปรุงรสมาให้อย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะ เคี่ยว โขลก สับ และชิมซ้ำๆ เรียกว่าคิดทุกหน้าในการถ่ายทอดกระบวนการสร้างสรรค์แบบเดียวกับแม่ครัวเตรียมอาหารจนพร้อมเสิร์ฟ จัดเป็นหนังสือน่าเก็บสะสม ทั้งคนรักการทำอาหารและคนรักงานออกแบบหนังสือ รวมไปถึงคนที่บูชาอาการ ‘คลั่งไคล้’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม……

ลูกสาวเคยถามแม่ว่าเหนื่อยไหม ‘เวลาอยู่หน้าเตา ไม่เหนื่อยเลย’”

อ่านรายชื่อหนังสือ The Finalist หมวด Non-Fiction ชุดที่ 1 ได้ ที่นี่

ติดตามรายชื่อหนังสือประเภทวรรณกรรมใน ความน่าจะอ่าน 2026 : Coming of อ่าน – ยิ่งอ่าน ยิ่งโต เร็วๆ นี้


ขอเชิญนักอ่านทุกท่าน ร่วมสนุกกับ ‘ความน่าจะอ่าน ขวัญใจมหาชน’ แนะนำหนังสือที่ยิ่งอ่าน ยิ่งทำให้เราได้เรียนรู้และเติบโต กับสองกิจกรรม

❶ หนังสือน่าอ่านแห่งปี 2026: โหวตหนังสือที่คุณอยากแนะนำให้อ่านในปีนี้ จำนวน 1 เล่ม พร้อมเหตุผล

❷ หนังสือน่าอ่าน ในรอบ 10 ปี: โหวตหนังสือที่คุณอยากแนะนำให้อ่านในรอบ 10 ปี จำนวน 1 เล่ม พร้อมเหตุผล

👉 โหวตได้ที่: https://forms.gle/2LtrU35izSA1Y9ko9

—

*️⃣ เงื่อนไขในการแนะนำหนังสือ

• เป็นหนังสือจากสำนักพิมพ์ของไทย ไม่จำกัดแนว (สามารถเป็นได้ทั้ง fiction, non-fiction, หนังสือภาพ, การ์ตูน, หนังสือแปล ฯลฯ)

• หนังสือแนะนำในหมวด ‘หนังสือน่าอ่านแห่งปี 2026’ ต้องเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ใหม่ในปี 2025-2026 (พ.ศ.2568-2569) เป็นการพิมพ์ครั้งใหม่ก็ได้

• หนังสือแนะนำในหมวด ‘หนังสือน่าอ่าน ในรอบ 10 ปี’ ต้องเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ใหม่ในปี 2016-2026 (พ.ศ.2559-2569) เป็นการพิมพ์ครั้งใหม่ก็ได้

• นักอ่าน 1 คน โหวตได้คนละ 1 เล่ม ต่อหนึ่งหัวข้อ

—

✨ เจ้าของความเห็นที่ถูกใจทีมงาน จะได้รับรางวัลและของที่ระลึกจากความน่าจะอ่าน 2026 (จำนวน 2 รางวัล)

🗓️ โหวตได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569

(ประกาศผลภายในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2569)

Coming of อ่าน ความน่าจะอ่าน ความน่าจะอ่าน 2026 จิตวิทยา ชีวประวัติ บันทึกการเดินทาง ปริทัศน์วรรณกรรม ยิ่งอ่าน ยิ่งโต ศิลปะ แนะนำหนังสือ