จับตาปี 2040 รถไร้คนขับ ‘ระดับ 4’ จะกลายเป็นเรื่องปกติ ?

คอลัมน์ : ออโต เวิลด์ไวด์

นิกเคอิ เอเชีย สัมภาษณ์ นายจุน เซกิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ด้านรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของบริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่สัญชาติไต้หวัน โดยเซกิกล่าวว่า เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 ซึ่งควบคุมการขับขี่ทั้งหมดได้โดยไม่ต้องมีคนขับภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ มีแนวโน้มจะถูกนำไปใช้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

เซกิ ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ยาวนานกว่า 30 ปี โดยเคยดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท นิสสัน มอเตอร์ ระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเหตุการณ์รถหยุดสนิทกะทันหัน ลดลงเหลือเพียงประมาณครั้งเดียวในทุก ๆ 30,000 กิโลเมตร อีกทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเซ็นเซอร์ความแม่นยำสูง หรือฮาร์ดแวร์อื่น ๆ อีกต่อไป

เซกิคาดว่า ตั้งแต่ปี 2030-2035 เป็นต้นไป เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติจะเข้าถึงได้ง่ายและมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยจะมีตัวเลือกที่หลากหลายและมีผู้ให้บริการเพิ่มขึ้น กระทั่งประมาณปี 2040 ระบบดังกล่าวจะกลายเป็นเรื่องปกติ และอัตราการติดตั้งเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 หรือสูงกว่านั้นจะมีสัดส่วนเกินกว่า 80%

ปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นรัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถโดยสารสาธารณะและแท็กซี่ไร้คนขับที่ใช้เทคโนโลยีระดับ 4 เป็น 10,000 คันทั่วประเทศ ภายในปีงบประมาณ 2030 หลังได้รับการรับรองอย่างถูกกฎหมายเมื่อปี 2023 ภายใต้พระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับแก้ไข

ด้านโตโยต้า มอเตอร์ วางแผนนำเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 มาใช้กับรถอีวีอเนกประสงค์สำหรับการบริการเคลื่อนที่ รุ่น e-Palette ในปีงบประมาณ 2027 ขณะที่นิสสันกำลังพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ร่วมกับ Wayve บริษัทสตาร์ตอัพด้านการขับขี่อัตโนมัติ (AI Driver) จากอังกฤษ และจะเริ่มให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับในโตเกียวปลายปีนี้ ในรูปแบบโครงการนำร่อง

ในส่วนของฟ็อกซ์คอนน์กำลังมุ่งมั่นเสริมสร้างธุรกิจด้านรถอีวี โดยมีแผนเปิดตัวรถอีวีร่วมกับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในภูมิภาคโอเชียเนียช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อีกทั้งประกาศแผนร่วมทุนกับบริษัทที่รัฐบาลโปแลนด์สนับสนุน ElectroMobility Poland (EMP) เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา