หนุ่มรีวิวเส้นทาง จากอ้วน 210 กก. ลดได้กว่า 124 กก. ใน 3 ปี เปลี่ยนจนจำไม่ได้

หนุ่มแชร์เส้นทาง จากเคยหนัก 210 กก. ลดน้ำหนักกว่า 124 กก. ใน 3 ปี อัปเกรดทั้งหุ่นและความมั่นใจ ตอนนี้หล่อไวรัล ลดได้เองแบบไม่พึ่งยา

ลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักแม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความตั้งใจ เช่นเดียวกับเส้นทางการเปลี่ยนแปลงตัวเองของ เดวิด จอห์น คาสตาเนดา หนุ่มอเมริกันวัย 22 ปี จากรัฐเทกซัส ซึ่งเคยมีน้ำหนักสูงสุดถึง 210 กิโลกรัม แต่ภายในเวลาเพียง 3 ปี เขาสามารถลดน้ำหนักลงได้กว่า 124 กิโลกรัม จนกลายเป็นคนที่มั่นใจยิ่งกว่าที่เคย 

         

โดยเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า เดวิด ยอมรับว่าเขาเคยน้ำหนักเยอะมากจนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย ด้วยวัยเพียง 19 ปี เขาหนักถึง 210 กิโลกรัม และจมอยู่กับวังวนความล้มเหลวในการลดความอ้วนมานับครั้งไม่ถ้วน  


ลดน้ำหนัก
ภาพจาก TikTok @djcastanedaa

ย้อนกลับไปในช่วงที่ควรจะเป็น "ปีทอง" ของวัยรุ่น เดวิดกลับใช้เวลาส่วนใหญ่นอนแช่อยู่บนเตียงและกินอาหารไม่หยุดจนรู้สึกถึงความเจ็บปวดทางร่างกาย เขาเต็มไปด้วยแผลกดทับ ผิวหนังบริเวณคอเปลี่ยนสี และมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน แถมเครื่องชั่งน้ำหนักทั่วไปก็ไม่สามารถแสดงตัวเลขน้ำหนักของเขาได้แล้ว

         

เดวิด เผยว่า ตอนนั้นมื้อเช้าของเขาคือ ออมเล็ตใส่ชีสที่ทำจากไข่ 8 ฟอง แฮม และเบคอน ส่วนมื้อต่อมาคือ พาสต้าทั้งซองราดเนื้อวัวหรือไก่ กินคู่กับขนมปังนับไม่ถ้วน และตอร์ติญาปริมาณมหาศาล ขณะที่มื้อเย็นก็หนักไม่แพ้กัน ทั้งเนื้อสัตว์และข้าวปริมาณที่เขาเปรียบเปรยว่า "เลี้ยงได้ทั้งหมู่บ้าน" ยังไม่นับของว่างอย่างมันฝรั่งทอด ป๊อปคอร์น ไอศกรีม และซีเรียลเป็นชาม ๆ ที่แทรกอยู่ตลอดวัน

         

เดวิด ยอมรับว่า เขาไม่ได้กินเพราะหิว แต่มันกลายเป็นนิสัยที่ควบคุมไม่ได้ไปเสียแล้ว "ผมสูญเสียความสามารถในการรับรู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะพอ"

ลดน้ำหนัก
ภาพจาก TikTok @djcastanedaa

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัดสินใจลดน้ำหนักอย่างจริงจัง

         

แม้จะเคยพยายามลดน้ำหนักมาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเดวิดก็น้ำหนักขึ้นกลับมามากกว่าเดิมเสมอ จนกระทั่งเดือนตุลาคม ปี 2566 ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป เขารู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่ทำให้เขากลัวไม่ใช่การปรับอาหาร แต่คือ "ระยะเวลา" ที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนแปลง ความคิดที่ต้องต่อสู้กับความอยากเลิกล้มทุกวันเป็นเวลาหลายปีนั้นหนักหนาเกินจะรับไหว

         

แต่แล้วเขาก็พบมุมมองใหม่ที่เปลี่ยนทุกอย่าง นั่นคือ "เวลาไม่เคยรอใคร ไม่ว่าจะเลือกเปลี่ยนแปลงหรือไม่ วันเวลาก็จะผ่านไปอยู่ดี ผมเลือกได้ว่าจะอยู่ที่เดิมโดยไม่เกิดผลอะไร หรือจะใช้เวลานั้นสร้างตัวเองให้เป็นคนที่อยากเป็น"


ลดน้ำหนัก
ภาพจาก TikTok @djcastanedaa

เดวิดเริ่มต้นด้วยการจัดการอุปสรรคที่ยากที่สุด นั่นคือการควบคุมความอยากอาหาร เขาทดลองทั้งการควบคุมอาหารแบบคีโต และการอดอาหารแบบดื่มแต่น้ำ ก่อนจะค่อย ๆ สร้างวินัยและนิสัยที่ยั่งยืนขึ้นมา ก่อนเปลี่ยนมาใช้วิธีคุมแคลอรี โดยกินให้น้อยกว่าที่ร่างกายใช้ไป เพื่อรักษาผลลัพธ์ในระยะยาว

         

แม้จะกลัวการไปยิมในช่วงแรกเพราะรู้สึกอายกับรูปร่างของตัวเอง แต่เดวิดก็บังคับตัวเองให้ไปทุกวันโดยไม่ขาด จนยิมกลายเป็นสถานที่ที่เขาท้าทายตัวเอง แทนที่จะเป็นสถานที่ที่เคยหวาดกลัว

         

ผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นคือ เดวิดสามารถลดน้ำหนักได้มากถึง 124 กิโลกรัม ภายในเวลาไม่ถึง 3 ปี ปัจจุบันเขาหันมากินอาหารคลีนและเน้นโปรตีนอย่างเช่น อกไก่ เนื้อวัวบด ไข่ มันฝรั่ง และผักปริมาณมาก 

         

โดยเขาจะคุมสัดส่วนสารอาหารอย่างเคร่งครัด ให้ได้รับโปรตีน 200 กรัม คาร์โบไฮเดรต 250 กรัม และไขมัน 60 กรัมต่อวัน


ลดน้ำหนัก
ภาพจาก TikTok @djcastanedaa

จากคนอ้วนที่ไม่มั่นใจ สู่ชายหนุ่มหล่อสุดไวรัล

          การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เรียกว่าพลิกทั้งรูปลักษณ์และการเข้าสังคมของเดวิดไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขามีความมั่นใจพอจะเดินเข้าไปทักใครก็ตามที่อยากทัก และภาพการเปลี่ยนแปลงของเขาก็ได้รับความสนใจอย่างมากบนโซเชียล เขากลายเป็นไวรัลที่มียอดชมกว่า 15.6 ล้านวิว

         

สิ่งที่เดวิดย้ำเสมอคือ เขาไม่ได้พึ่งยาลดน้ำหนักแต่อย่างใด "การลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติต่างจากการใช้ยาลดน้ำหนักอย่างสิ้นเชิง มันให้ทัศนคติแบบที่ไม่สามารถฉีดเข้าร่างกายได้" พร้อมเผยว่าตอนนี้เขาสามารถวิ่ง 5 กิโลเมตรได้ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที จากที่เมื่อก่อนวิ่งไม่ได้แม้แต่กิโลเมตรเดียว 

          

"ความมั่นใจของผมไม่ได้มาจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่มาจากสิ่งที่ผมได้พิสูจน์ให้ตัวเองเห็น ผมรู้สึกว่ากำลังใช้ชีวิตอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในชีวิต" เดวิด กล่าวทิ้งท้าย 


ลดน้ำหนัก
ภาพจาก TikTok @djcastanedaa

ทั้งนี้ เรื่องราวของเดวิดนับเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังมองหาแนวทางลดน้ำหนัก หรือลดความอ้วนอย่างยั่งยืนและปลอดภัย ว่าสามารถทำได้จริงแค่ลงมือเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งยามาเป็นตัวช่วยแต่อย่างใด

ลดน้ำหนัก
ภาพจาก TikTok @djcastanedaa

ลดน้ำหนัก
ภาพจาก TikTok @djcastanedaa