ทำไมรัฐบาลทรัมป์ถึงโดน 25 รัฐในสหรัฐฯ ยื่นฟ้อง เกิดอะไรขึ้น

เมื่อวานนี้ (3 สิงหาคม) กลุ่มพันธมิตร 25 รัฐของสหรัฐอเมริกา ซึ่งนำโดยอัยการสูงสุดหรือผู้ว่าการรัฐจากพรรคเดโมแครต เช่น นิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย ออริกอน และรัฐอื่นๆ ร่วมกันยื่นฟ้องรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ต่อศาลการค้าระหว่างประเทศ (US Court of International Trade) เพื่อขอให้ศาลสั่งระงับการจัดเก็บภาษีนำเข้าล่าสุด ซึ่งเคยมีการประกาศว่ามาตรการดังกล่าว ‘ไม่ชอบด้วยกฎหมาย’ และสั่งให้คืนเงินภาษีที่ผู้นำเข้าจ่ายไปแล้ว

ทำไมทรัมป์ถึงโดน 25 รัฐยื่นฟ้อง?

บรรดารัฐที่ยื่นฟ้องระบุว่า รัฐบาลทรัมป์ยกประเด็นเรื่อง ‘การปราบปรามแรงงานบังคับ’ ขึ้นมาบังหน้า เพื่อเป็น ‘ข้ออ้าง’ (Pretext) ในการนำภาษีนำเข้าทั่วโลกที่เคยถูกศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินว่า ‘ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ’ ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ กลับมาประกาศใช้ใหม่

เลทิเชีย เจมส์ โจทก์และอัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์ก แย้งว่า รัฐธรรมนูญและกฎหมาย ‘ไม่ได้ให้อำนาจ’ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการตั้งกำแพงภาษีเหมาเข่งตามใจชอบ อีกทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้แสดงหลักฐานการสืบสวนและไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้กฎหมายการค้ามาตรา 301 อย่างถูกต้อง และการเก็บภาษีแบบครอบจักรวาลนี้ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการใช้แรงงานบังคับในโลกอย่างแท้จริง

มาตรการภาษีนี้ยังส่งผลกระทบต่อปากท้องของประชาชนโดยตรง โดยถูกมองว่าเป็น ‘ภาษีที่ขูดรีดจากครอบครัวและธุรกิจ’ ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น ของชำ สิ่งของจำเป็นในบ้าน และวัสดุก่อสร้างพุ่งสูงขึ้น

ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ปี 2025 : ทรัมป์ต้องการใช้กำแพงภาษีสูงเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมการผลิตในสหรัฐฯ เขาได้อ้างกฎหมายความมั่นคงทางเศรษฐกิจฉุกเฉินปี 1977 (IEEPA) เพื่อเก็บภาษีเลขสองหลักกับเกือบทุกประเทศ โดยระบุว่า ‘การขาดดุลการค้า’ เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ

กุมภาพันธ์ 2026 : ศาลฎีกาตัดสินว่ากฎหมาย IEEPA ไม่มีอำนาจในการเก็บภาษี ทำให้รัฐบาลต้องจัดตั้งกระบวนการคืนเงินภาษีให้แก่ผู้นำเข้า ทรัมป์จึงแก้เกมด้วยการประกาศภาษีชั่วคราว 10% ทั่วโลก เพื่อหาเงินมาทดแทน แต่มาตรการนี้ก็ได้หมดอายุลงเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ต่อมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้หันไปพึ่งพา มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 (Section 301 of the Trade Act of 1974) เพื่อประกาศเก็บภาษีรอบใหม่ในอัตรา 10-12.5% กับคู่ค้าราว 60 ประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรป ซึ่งครอบคลุมมูลค่าสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ สูงถึง 99-99.4% โดยระบุว่า ประเทศเหล่านั้น ‘เพิกเฉย’ ต่อการใช้แรงงานบังคับ

นอกเหนือจากคดีที่ภาคธุรกิจขนาดเล็กยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ไปก่อนหน้านี้แล้ว การรวมตัวกันยื่นฟ้องของกลุ่มพันธมิตร 25 รัฐในครั้งนี้ ถือเป็นการรวมตัวกันยื่นฟ้องครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง

ฝั่งทำเนียบขาวโต้แย้งอย่างไร

คูช เดไซ รองโฆษกทำเนียบขาวชี้แจงว่า มาตรการนี้เป็นอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อขจัดพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมของต่างประเทศที่ปล่อยปละละเลยเรื่องแรงงานบังคับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแรงงานและธุรกิจอเมริกัน

พร้อมทั้งยืนยันว่า มาตรา 301 เป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่แข็งแกร่งและทนทานต่อการฟ้องร้อง มาตั้งแต่สมัยการดำรงตำแหน่งในวาระแรกของทรัมป์ ซึ่งเคยใช้เก็บภาษีจีนและผ่านการทดสอบในชั้นศาลมาแล้ว

แฟ้มภาพ: Daniel Heuer / Reuters

อ้างอิง: