คนในกกต.เผย 3 พิรุธ กก.ชุด26 สอบฮั้วสว.ไม่สอบรปภ.ภูมิใจไทย ข้องใจอีกฝ่ายคดีอืด

คนในกกต.เผย 3 พิรุธ กก.ชุด26 สอบฮั้วสว.ไม่สอบรปภ.ภูมิใจไทย ข้องใจอีกฝ่ายคดีอืด
เมื่อวันที่ 16 กันยายน จากกรณีที่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)แถลงลงมติผู้ถูกร้องเป็นรายบุคคลในวันที่14 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมีมติเสียงข้างมากส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 77 ราย จาก 229 ราย อีกทั้งว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ที่ระบุว่าสำหรับผู้ถูกร้องทั้งหมดในคดีโกงเลือก สว. มี 427 คน
ต่อมาวันที่ 15 กันยายน นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. ออกมายืนยันว่าตัวเองและนายชาย นครชัย กกต. คือ กกต. เสียงข้างน้อยที่ลงมติให้ส่งฟ้องแกนนำ ผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย เพราะมีหลักฐานเพียงพอว่า มีส่วนร่วมในคดีฮั้วสว.
ทั้งนี้นายณรงค์ได้กล่าวตอนหนึ่งถึงการทำงานของคณะสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งทำหน้าที่สอบสวนคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาปี 2567 ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)นั้นที่เสนอส่งฟ้อง229คน พร้อมทั้งระบุว่า ยังมีอีก 3 สำนวน ซึ่งคณะที่ 26 ยังดำเนินการอยู่ และยังไม่เสร็จสิ้น
รายงานข่าวจากสำนักงาน กกต.เเจ้งว่า 3 สำนวนดังกล่าว ซึ่งคณะที่ 26 ดำเนินการไต่สวนในเวลาใกล้เคียงกับสำนวน 229 คน คือการนัดประชุมกันเพื่อเตรียมการเลือก สว. ของ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. สว. พรรคประชาชน /คณะก้าวหน้า/ไอลอว์ ระดับจังหวัด 2.สว.พรรคประชาชน /คณะก้าวหน้า/ไอลอว์ ระดับประเทศ และ3.กลุ่ม สว. อิสระ
รายงานข่าว แจ้งว่า ขณะเดียวกันยังพบว่าการเเต่งตั้งคณะที่ 26 นายสิทธิโชติเสนอต่อที่ประชุมกกต.ว่าควรแต่งตั้งคณะนี้ขึ้นมาเพิ่ม ซึ่งปกติกกต.มี 25 คณะ เพราะคดีมีความสำคัญและผู้ร่วมกระทำผิดมีจำนวนมาก จนมีการแต่งตั้งนายชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการกกต. เป็นประธานคณะที่ 26 และร่วมงานกับดีเอสไอ จนได้ข้อสรุปในสำนวนจำนวน 75,722 หน้า โดยเสนอให้ส่งฟ้อง 229 คน ทำให้นายอิท อิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต.ในขณะนั้น แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 เพื่อมาพิจารณามติของคณะที่ 26 อีกชั้นหนึ่ง
แหล่งข่าวจาก กกต. แจ้งว่า การทำงานของคณะที่ 26 นั้นมีสิ่งผิดปกติบางประการ เช่น มีการดึงบุคลากรหลายคนของดีเอสไอมาร่วมในชุดที่ 26 และนำสำนวนการสืบสวนของดีเอสไอมาประกอบทันที
ทั้งนี้เมื่อพิจารณากันอย่างละเอียดจะพบข้อพิรุธหลายด้าน เช่น 1.การสอบพยาน เพราะมีการสอบพยานที่อาคารของดีเอสไอ ทั้งที่ กกต. ต้องดำเนินการในกรณีนี้เองในพื้นที่สำนักงานกกต.
2.กรณี นายอ. นักการเมืองจาก จ.ขอนแก่น ที่มาให้การเองกับดีเอสไอและอ้างว่าแกนนำพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับการฮั้วสว.ก็พบว่าไม่มีการเรียกรปภ. เจ้าหน้าที่พรรคไปให้การ และไม่ได้ไปตรวจสอบที่ทำการพรรคตามที่ นายอ. อ้างว่าที่ทำการพรรคคือหนึ่งในสถานที่จัดประชุมการฮั้วสว. เเต่คณะที่ 26 กลับเชื่อถือข้อมูลของนายอ.
และ3.กรณีการร้องเรียนการจัดประขุมผู้สมัครสว.ที่ห้องจูปิเตอร์ อิมเเพค เมืองทองธานี พบว่ามีการร้องเรียนในเรื่องนี้เข้ามาในคณะที่ 26 เช่นกัน และอยู่ในห้วงเวลาไล่เลี่ยกับการร้องเรียนฮั้วสว.ที่พาดพิงพรรคภูมิใจไทย
“การสืบสวนของคณะที่ 26 ทั้ง 3 ข้อดังกล่าวยังล่าช้า เช่น กรณีห้องจูปิเตอร์ อิมเเพค เมืองทองธานี เพราะพบข้อมูลเบื้องต้นว่า มีผู้ออกเงินการจัดประชุม จัดเลี้ยงอาหารให้ผู้ร่วมประชุม และผู้สมัครสว.ไม่ได้ออกเงิน เเม้จะมี สว.บางคน อ้างว่า ไปประชุมที่อิมเเพค เมืองทองธานีจริง ชำระเงินค่าประชุมด้วยตัวเองโดยหย่อนเงินใส่กล่องหน้าห้องประชุม และซื้ออาหารกินเอง เเต่ผู้จัดงานไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ กรณีนี้เท่ากับว่ามีการจัดเลี้ยงเเล้ว และสว.ที่ไปร่วมงานเท่ากับมีความผิดแล้วเช่นกัน” เเหล่งข่าว ระบุ