3เหล่าทัพเฝ้าระวังศึกกัมพูชา
"สภากลาโหม" เช็กสถานการณ์ความมั่นคง สั่งติดตามอย่างใกล้ชิด “ทบ.” รายงานยุทธศาสตร์ 10 ปีสร้างความเชื่อมั่น-ทันสมัย ด้าน “ทอ.” แจงแผน “กริพเพน” ระยะ 2 “บิ๊กดุลย์” ย้ำดูแลทหารเกณฑ์ผลัดสอง ย้ำเหล่าทัพห้ามลงโทษนอกกฎ จ่อขยายยอดรับ “พลทหารอาสา” หลังหารือสำนักงบฯ เปิดเพดานรับได้ถึง 3.5 หมื่นคน "JIC" อัปเดตศึก “ไทย-กัมพูชา” อยู่ระดับ 1.5 “เฝ้าระวัง-น่ากังวล” 3 เหล่าทัพเตรียมพร้อม
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) น.อ.นรา คุณโฑถม รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า ในที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาค สถานการณ์ตามแนวชายแดน และสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กำชับให้ทุกหน่วยติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทบทวนแผนเชิญเหตุ และเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และระบบสนับสนุนต่างๆ รวมถึงบูรณาการด้านการข่าวระหว่างหน่วยงาน เพื่อสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ด้าน น.อ.ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า กองทัพบกได้รายงานยุทธศาสตร์กองทัพบก พ.ศ.2570-2580 มุ่งไปสู่กองทัพที่มีศักยภาพ ทันสมัย เป็นที่เชื่อมั่นกับประชาชน เป็นหนึ่งในกองทัพบกชั้นนำของภูมิภาค โดยให้ความสำคัญต่อความพร้อมรบ การพัฒนาสู่ความทันสมัย การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือทางการทหาร และการสร้างความเชื่อมั่น
ทางด้านกองทัพอากาศ ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถด้านกำลังทางอากาศ อวกาศ ไซเบอร์ การปฏิบัติการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในงานวิจัย การส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยการนำนโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจในการนำเข้ายุทโธปกรณ์ หรือ offset policy เช่น โครงการเครื่องบิน Gripen ระยะที่ 1 และ 2 รวมทั้งส่งเสริมกำลังพลให้เป็น next generation airman and women รับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และรองรับภัยความมั่นคงของชาติระยะยาว
สำหรับความคืบหน้าในโครงการจัดหาเครื่องบิน Gripen ระยะ 2 จำนวน 8 เครื่อง ได้มีการเจรจาในภาพใหญ่แล้ว โดยจัดทำทั้งหมด 14 offset แบ่งเป็น direct และ indirect อย่างละ 7 offset กองทัพอากาศเตรียมออกคำสั่งการตั้งประธานคณะกรรมการบริหารโครงการ รวมถึงประธานคณะกรรมชดเชยทางเศรษฐกิจด้วย
ขณะที่ พ.อ.หญิง ดร.นุสรา วรภัทราทร รองโฆษก กห. แถลงว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงเตรียมรับทหารกองประจำการผลัดที่ 2 ในเดือน พ.ย.นี้ รมว.กลาโหมเน้นย้ำให้ความสำคัญเรื่องสวัสดิการ สุขภาพ ความปลอดภัย คุณภาพชีวิตของทหารใหม่ พร้อมย้ำเหล่าทัพฝึกตามหลักสูตร และระเบียบอย่างเคร่งครัด ห้ามการลงโทษ หรือปฏิบัตินอกระเบียบเป็นอันขาด กห.ยังเดินหน้าส่งเสริมโครงการพลทหารอาสาประจำปี 2570 ยอดอัปเดตเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ใกล้แตะ 15,000 คน จากยอดความต้องการ 25,000 คน คิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ ในกรณีที่ยอดสมัครมากกว่าที่ตั้งไว้ ทางผู้บังคับบัญชาได้ปรึกษาไปทางสำนักงบประมาณและดูระเบียบต่างๆ แล้ว พบว่างบประมาณสามารถเพิ่มไปได้ถึงยอด 35,000 คน ดังนั้นเราจะดูปริมาณความต้องการต่อไป
รมว.กลาโหมได้เน้นย้ำให้สำนักงานปลัด กห. กองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ ได้บูรณาการการทำงานอย่างเป็นเอกภาพในการป้องกันอธิปไตย รักษาความมั่นคง การพัฒนากองทัพให้ทันสมัย
วันเดียวกัน ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ( JIC) แถลง JIC Fact Update โดย พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษก กห. กล่าวว่า JIC ยังคงกำหนดมาตรการเป็นระดับ จากระดับที่ 1 สีเขียว คือการเฝ้าระวัง ไปจนถึงระดับ 5 สีแดงเข้ม คือสถานการณ์วิกฤตที่จะนำไปสู่การปะทะ โดยปัจจุบันยังอยู่ระหว่างสีเขียวกับสีเหลือง หรือระดับ 1.5 คือสถานการณ์ที่ไม่ได้ปกติ ต้องเฝ้าระวัง มีความน่ากังวลและต้องตรวจตราตลอดเวลา โดยกองกำลังและหน่วยข่าวกรองก็ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
ด้านนางมาระตี นะลิตา อันดาโม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า ผลการประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญา UNCLOS ครั้งที่ 2 ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ให้ยึดตามแถลงการณ์ของศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (PCA) สาระสำคัญมี 2 ส่วน คือ การแบ่งเขตทางทะเล โดยไทยมีโอกาสนำเสนอจุดยืน พร้อมข้อมูลเชิงเทคนิค หลักฐาน หลักการตามกฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญที่อ้างอิงได้ ส่วนที่ 2 การจัดทำมาตรการความไว้เนื้อเชื่อใจ Confidence-Building Measures (CBM) 6 ข้อ ที่เอื้อต่อการดำเนินการตามกระบวนการประนอมฯ เน้นหนักไปที่ความยับยั้งชั่งใจ และการหลีกเลี่ยงที่จะกระทำใดๆ หรือสื่อสารต่อสาธารณะที่บิดเบือนสร้างความตึงเครียด รวมถึงการประสานงานระหว่างกองทัพเรือ 2 ประเทศ จะเป็นเครื่องมือของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย ที่จะทดสอบความจริงใจของอีกฝั่ง
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กรอบการทำงาน โดยพื้นที่สนามชายแดน ยังคงต้องเฝ้าระวัง เฝ้าตรวจ มีความพร้อมเผชิญเหตุการณ์ได้ตลอดเวลา ควบคู่การเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนในสิ่งที่มีความจำเป็น และสำคัญต่อการปฏิบัติงาน รวมถึงการแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิดอย่างระมัดระวัง สำหรับสนามการสื่อสาร ผบ.ทบ. ให้ประสานอย่างใกล้ชิดกับ JIC และ กต. เมื่อพบข้อมูลที่บิดเบือนก็จะร่วมกันตอบโต้ในทันที
พล.ร.ต.ชานินท์ ศรียาภัย โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงการสนับสนุนแนวทางของผลการประชุมประนอมภาคบังคับว่า กองทัพเรือให้การสนับสนุนผู้แทนจากกองทัพเรือ ทั้งส่วนงานด้านยุทธการและทางเทคนิคด้านอุทกศาสตร์ ในทีมไทยในกรณี UNCLOS ทั้งนี้ กองทัพเรือได้จัดการประชุมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทางทะเล เพื่อพิจารณาแนวทางและมาตรการตามหัวข้อดังกล่าวในบริบทความมั่นคงทางทะเล เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน และทำให้การปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีเอกภาพ
น.อ.ณัฐนัย จันทร์เปล่ง ผู้ช่วยโฆษกกองทัพอากาศ แถลงเรื่องการถอดบทเรียนเหตุการณ์ปะทะในห้วงที่ผ่านมาว่า เราได้ถอดบทเรียนในหลายเวที ทั้งดำเนินการด้านการวางแผนและการปฏิบัติภารกิจทางอากาศ รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเหล่าทัพ เพื่อให้เกิดการพัฒนาในรูปแบบใหม่ที่มีความทันสมัย แม่นยำสูงขึ้น ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกองกำลังและเป้าหมายที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยในอนาคต จึงขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในความพร้อมของกองทัพอากาศ.