รัฐรื้อโครงสร้าง "ภาษีรถยนต์" วาง 3 เป้าหมาย ดันไทยสู่ฮับ EV ภูมิภาค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ส.ค. 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างเร่งปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตพิจารณาโครงสร้างอัตราภาษีและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และสนับสนุนผู้ประกอบการที่ลงทุน ผลิต ใช้ชิ้นส่วน และสร้างการจ้างงานในประเทศไทย
การพิจารณาครั้งนี้ครอบคลุมรถยนต์ทั้งระบบ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาด EV ขณะที่ความตกลงการค้าเสรี (FTA) บางฉบับเปิดทางให้รถยนต์สำเร็จรูปนำเข้าจากต่างประเทศได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากร จึงจำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตควบคู่กัน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมตลาด การลงทุน และการผลิตภายในประเทศ
ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างภาษีจะไม่ได้พิจารณาเฉพาะการเพิ่มหรือลดอัตราภาษีเท่านั้น แต่จะเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะต่อไป โดยกระทรวงการคลังได้กำหนด 3 เป้าหมายสำคัญ ประกอบด้วย
1.นำเข้าเพื่อการลงทุน (Investment-Driven Import) โดยการนำเข้ารถยนต์เทคโนโลยีใหม่ควรเชื่อมโยงไปสู่การลงทุนระยะยาว เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำรถยนต์รุ่นใหม่และเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาศึกษา ทดลองตลาด และเรียนรู้ ก่อนต่อยอดสู่การลงทุนและการผลิตจริงในประเทศไทย
2.ผลิตเพื่อส่งออก มุ่งสู่ Regional EV Hub โดยต่อยอดจุดแข็งของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ หรือ “Detroit of Asia” ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของภูมิภาค พร้อมเพิ่มขนาดการผลิตในประเทศและขยายตลาดส่งออก
3.ยกระดับ Local Content สู่ชิ้นส่วนมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Local Content) โดยสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนและห่วงโซ่อุปทานของไทยให้ก้าวจากการผลิตและประกอบชิ้นส่วนพื้นฐานไปสู่ชิ้นส่วนและเทคโนโลยีสำคัญสำหรับยานยนต์ยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับนักลงทุนต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับทักษะแรงงาน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
นางสาวรัชดา กล่าวว่า มาตรการส่งเสริม EV ที่ผ่านมามีส่วนช่วยสร้างตลาดและดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย แต่เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน มาตรการของภาครัฐจำเป็นต้องปรับให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างประโยชน์แก่เศรษฐกิจไทยมากขึ้น ทั้งในด้านการรักษาและสร้างการจ้างงานในภาคการผลิต การเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูง รวมถึงเพิ่มการแข่งขันและทางเลือกด้านเทคโนโลยีให้แก่ผู้บริโภค
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงสร้างอัตราภาษีและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด ตลอดจนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในระยะต่อไป
Back to top button