ช่อง 3 จับมือ I.E. Entertainment รุกหนักส่งออกบิ๊กโปรเจกต์ 12 ละครดังลุยตลาดคอนเทนต์โลก - Brand Buffet
แชร์ :
บมจ. บีอีซี เวิลด์ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 แพลตฟอร์มคอนเทนต์และความบันเทิง ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ไอ.อี. เอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด (I.E. Entertainment) ผู้จัดจำหน่ายคอนเทนต์ชั้นนำจากประเทศสิงคโปร์ โดยขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ละครช่อง 3 จำนวน 12 เรื่อง รวมความยาวกว่า 310 ชั่วโมง เพื่อนำไปจัดจำหน่ายในหลายประเทศและภูมิภาคทั่วโลกผ่านทั้งช่องทางโทรทัศน์ภาคพื้นดินและแพลตฟอร์มออนไลน์
โดย I.E. Entertainment มีพันธมิตรในแต่ละพื้นที่ ได้แก่ บริษัท โอเชียน เทคโนโลยี (ไห่หนาน) จำกัด (ประเทศจีน), บริษัท มีเดียคอร์ป แชนแนล ยู จำกัด (ประเทศสิงคโปร์), บริษัท ซิสเต็ม เทเลวิชั่น มาเลเซีย เบอร์ฮัด จำกัด (ประเทศมาเลเซีย) และ บริษัท ลาติน มีเดีย จำกัด (ภูมิภาคละตินอเมริกาและสหรัฐอเมริกา)
คอนเทนต์ละครของช่อง 3 ที่มีการจำหน่ายลิขสิทธิ์ตามข้อตกลงนี้ทั้ง 12 เรื่อง ได้แก่
– แม่เลี้ยง (Stepmother)
– แสนรัก (My (Im)Perfect Family)
– คุณพี่เจ้าขา..ดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์ (Good Heavens! I’m a Goose not a Swan)
– ที่สุดของหัวใจ (You Touched My Heart)
– ใต้เงาตะวัน (Eclipse of the Heart)
– จนกว่าจะได้รักกัน (Love at First Night)
– โลกหมุนรอบเธอ (Never Enough)
– รักสุดท้าย (My Safe Zone)
– รักไม่คาดฝัน (Play Park)
– บุพเพสันนิวาส (Love Destiny)
– เจ้าสาวบ้านไร่ (The Wedding Contract)
– เว้าวอนรัก (Surviving Beauty)

คุณเทรซีแอนน์ มาลีนนท์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายธุรกิจสนับสนุน บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าได้สานต่อความร่วมมือกับ I.E. Entertainment เพื่อนำละครไทยไปสู่ตลาดสากล ทั้งในตลาดที่จำหน่ายอยู่แล้วในปัจจุบันและตลาดใหม่ ๆ อย่างจีน สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาตินอเมริกา สเปน รวมถึงกลุ่มชาวฮิสแปนิกในสหรัฐอเมริกา ทั้งสองบริษัทมีความร่วมมือและประสบความสำเร็จมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 และจะขยายความร่วมกันอีกต่อไป
ทางด้าน คุณอินดรา ซูฮาโจโน Co-Founder and Director of I.E. Entertainment กล่าวว่าได้จัดจำหน่ายคอนเทนต์ละครจากช่อง 3 ไปยังกว่า 30 ประเทศ รวมเป็นความยาวคอนเทนต์กว่า 20,000 ชั่วโมง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมในแต่ละตลาดได้อย่างตรงจุด ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายการเข้าถึงละครไทยในตลาดสากล ทำให้ผู้ชมในทุกมุมโลกสามารถเข้าถึงเรื่องราวและความบันเทิงคุณภาพสูงจากประเทศไทยได้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศไทยในระยะยาว
ในปี 2568 บีอีซี เวิลด์ มีรายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่นจาก 3 ธุรกิจหลัก คือ 1. รายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายละครไปต่างประเทศ (Global Content Licensing) 2.ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม 3. ธุรกิจจัดกิจกรรมและบริหารศิลปิน (Event & Artist Management) โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,034 ล้านบาท หรือ 26% ของรายได้ เพิ่มขึ้น 29% จากปี 2567


อ่านเพิ่มเติม
- BEC สรุปปี 68 รายได้โฆษณาลด แต่กำไรเพิ่ม 113% ธุรกิจบริหารศิลปินโตกระฉูด
แชร์ :