รัฐพลิกเกมรับ "ภัยพิบัติ" ควักงบซื้อประกันภัยช่วย 30 ล้านครัวเรือน

1 ต.ค.2569 นี้ โครงการทำประกันภัยพิบัติแห่งชาติของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือประชาชน 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ซึ่งประสบปัญหา 3 ภัยพิบัติตามธรรมชาติ คือ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว จะมีผลบังคับใช้ทันที ถือเป็นการพลิกเกม จากการตั้งรับปัญหา รอให้เกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วจึงจ่ายเยียวยา มาเป็นรุกกลับด้วยการเตรียมระบบรองรับ “ความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า” คาดใช้วงเงินงบประมาณจำนวน 15,500 ล้านบาท

จริง ๆ แล้ว การบริหารความเสี่ยงของรัฐบาล ด้วยการทำประกันภัยให้ความช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากเมื่อปี 2554 รัฐบาลเคยทำโครงการประกันภัยพืชผลทางการเกษตรมาแล้ว เป็นกรมธรรม์สำหรับพืชหลัก 2 ชนิด คือ ข้าว และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้ความคุ้มครองความเสียหาย หรือสูญเสียต่อพืชผลที่เอาประกันภัย จากปัญหาภัยพิบัติที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น จากปัญหาน้ำท่วม ฝนตกหนัก แล้ง ฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง ลมพายุหรือพายุใต้ฝุ่น อากาศหนาว หรือน้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ไฟไหม้ ภัยจากช้างป่า และศัตรูพืชหรือโรคระบาด

รัฐพลิกเกมรับ "ภัยพิบัติ" ควักงบซื้อประกันภัยช่วย 30 ล้านครัวเรือน

รัฐพลิกเกมรับ "ภัยพิบัติ" ควักงบซื้อประกันภัยช่วย 30 ล้านครัวเรือน

โดยรัฐบาลและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) จะช่วยจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยในโครงการดังกล่าวเป็นหลัก ร่วมกับบริษัทประกันภัยเอกชน ที่จะเป็นผู้จ่ายค่าสินไหมชดเชย ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเมื่อเกิดความเสียหาย โดยฝั่งผู้จ่ายจ่ายเงินจะแบ่งหน้าที่กันอย่างชัด และเป็นโครงการที่ทำมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

แต่ปัจจุบันด้วยความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศจากภาวะโลกเดือด และปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ อุบัติอย่างรวดเร็ว ไม่ทันตั้งตัว ทั้ง ฝนตก น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม พายุรุนแรง แผ่นดินไหว การจัดให้มี “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” กลายเป็นตัวเลือกหนึ่งที่คณะรัฐมนตรี( ครม.) ได้เห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2569

ด้วยว่าจากระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จะช่วยให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สามารถเข้าถึงเงินสินไหมทดแทนได้อย่างรวดเร็ว และมีวงเงินช่วยเหลือมากกว่าระบบเยียวยาในรูปแบบเดิม ขณะที่ภาครัฐสามารถบริหารความเสี่ยงและวางแผนงบประมาณ สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ระบุว่า ที่ผ่านมารัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อให้ความช่วยเหลือและเยียวยา ความเสียหายจากภัยพิบัติประมาณ 45,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ระบบใหม่ รัฐบาลจะใช้งบประมาณประมาณ 15,500 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น สำหรับจ่ายเบี้ยประกันภัย และให้วงเงินความคุ้มครองรวมประมาณ 75,000 ล้านบาทต่อปี

รัฐพลิกเกมรับ "ภัยพิบัติ" ควักงบซื้อประกันภัยช่วย 30 ล้านครัวเรือน

รัฐพลิกเกมรับ "ภัยพิบัติ" ควักงบซื้อประกันภัยช่วย 30 ล้านครัวเรือน

สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทน เบื้องต้นกำหนดว่า กรณีอุทกภัยในระดับถึงเกณฑ์กำหนด ผู้ประสบภัยจะได้รับเงินชดเชย 10,000 บาทใน 7 วัน ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน กรณีวาตภัยหรือแผ่นดินไหว ให้จ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 5,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ภายใน 15 วัน และจ่ายเพิ่มเติมตามมูลค่าความเสียหายจริง วงเงินค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้น ไม่เกิน 100,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน และกรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติ ได้รับเงินชดเชยรายละ 2 ล้านบาท

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือการทำประกันภัยพิบัติให้ประชาชนมาสักระยะหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมาการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยพิบัติในแต่ละปี มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณปีละ 30,000-40,000 ล้านบาทอยู่แล้ว เมื่อปี 2568 มีบ้านเรือนราษฎรหลักล้านครัวเรือนที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัย

รัฐพลิกเกมรับ "ภัยพิบัติ" ควักงบซื้อประกันภัยช่วย 30 ล้านครัวเรือน

รัฐพลิกเกมรับ "ภัยพิบัติ" ควักงบซื้อประกันภัยช่วย 30 ล้านครัวเรือน

ดังนั้น หากเปลี่ยนระบบทำประกันภัยพิบัติให้ประชาชนแทน ก็จะช่วยลดภาระค่าใช้ของรัฐบาล โดยรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันให้แทน ซึ่งครม.มอบหมายกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พิจารณารายละเอียด โดยคำนวณจากทะเบียนบ้านของประชาชนในประเทศไทยว่า มีประมาณเท่าไหร่ ใช้ตัวเลขจากกรมการปกครอง เป็นฐานการคิดและคูณด้วยหลังคาเรือนละ 500 บาท/ครัวเรือน /ปี

ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าว ได้ผ่านการหารือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้ว และคปภ.ในฐานะผู้กำกับบริษัทประกันภัยทุกบริษัท จะทำในรูปแบบสมาคมประกันวินาศภัย คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจะใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดาวเทียม ช่วยประเมินสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อลดขั้นตอนการตรวจสอบและเร่งการจ่ายชดเชย

อ่านข่าว :

ครม.ไฟเขียวประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 3 ภัย 30 ล้านครัวเรือน

ทหารเนปาลจับมือนานาชาติ ลุยกู้ภัยอุโมงค์โรงไฟฟ้า หลังดินโคลนถล่มปิดตาย

ยอดดับน้ำท่วมใหญ่เนปาล-ทิเบตทะลุ 900 คน สูญหายอีกเกือบ 4,800 คน