“ดาวโจนส์” เด้งกว่า 300 จุด แรงซื้อกลับหุ้นกลุ่มการเงินหนุน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ฟื้นตัวขึ้นกว่า 300 จุดในการซื้อขายวันนี้ หลังจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงอย่างหนักในวันก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มการเงิน รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี หลังราคาบิตคอยน์ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้

โดย ณ เวลา 21:26 น. ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 365 จุด หรือ 0.69% มาอยู่ที่ระดับ 53,218 จุด

หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นนำตลาด ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีได้รับแรงซื้ออย่างคึกคัก โดยราคาบิตคอยน์ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้หุ้น Robinhood พุ่งขึ้น 12% และหุ้น Coinbase ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9%

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 700 จุดในการซื้อขายวานนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ดีดตัวขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังผิดหวังต่อผลประกอบการของ Walmart ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 4.704% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีแตะระดับ 5.259% ในการซื้อขายวานนี้ แม้กระทรวงการคลังสหรัฐจะประกาศเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตรเป็น 2 เท่า เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ตลาด

การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสะท้อนถึงความท้าทายในการแทรกแซงตลาด เนื่องจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการแข่งขันจากการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ค่า Term Premium ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงผลตอบแทนเพิ่มเติมที่นักลงทุนต้องการเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในระยะยาว

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน กล่าวในวันนี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่อิหร่านจะยุติสงครามกับสหรัฐ ซึ่งดำเนินมาเป็นเวลาหลายเดือน โดยระบุว่าอิหร่านอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งกว่าสหรัฐ

ปัจจุบัน อิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐยังคงดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลเพื่อตอบโต้อิหร่าน โดยประธานาธิบดีเปเซชเคียนระบุว่า การยุติสงครามในขณะนี้เป็นทางเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากอิหร่านอยู่ในสถานะที่มีอำนาจและมีศักดิ์ศรี

ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า สหรัฐกำลังดำเนินการที่เข้าข่าย “การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ” และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หลังสหรัฐประกาศเตรียมเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการดังกล่าวรับผิดชอบต่อการดำเนินการของตน

ขณะที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันและทำให้ระบอบการปกครองของอิหร่านล่มสลาย โดยเตรียมเปิดเผยรายละเอียดของมาตรการดังกล่าวในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมนี้

สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลต่อราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรในระยะต่อไป

Back to top button