ดาวโจนส์พุ่งกว่า 300 จุด ขานรับน้ำมันลง, บอนด์ยีลด์ร่วง : อินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 300 จุดในวันนี้ ขานรับการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

ณ เวลา 21.18 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 380.45 จุด หรือ 0.73% สู่ระดับ 52,595.61 จุด

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงต่ำกว่าระดับ 5% ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงในวันนี้ หลังมีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียเตรียมเจรจากับอิหร่าน เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน มีกำหนดเดินทางไปยังอิหร่านในวันนี้ (26 ต.ค.) เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค ซึ่งขณะนี้กำลังส่งผลกระทบต่อซาอุดีอาระเบีย ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนได้เปิดฉากโจมตีสนามบินกรุงริยาดและโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย

การหารือครั้งนี้ถือเป็นการติดต่อระดับสูงครั้งแรกระหว่างอิหร่านกับประเทศทั้งสาม นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลทำสงครามโจมตีอิหร่าน ก่อนที่ความขัดแย้งจะลุกลามไปยังซาอุดีอาระเบียและเยเมน

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียระบุว่า เจ้าชายคอลิด บิน ซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย มีกำหนดเข้าพบนายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน และนายโมห์เซน เรซาอี หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน ในวันนี้ เพื่อผลักดันความพยายามลดความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย และส่งเสริมการเจรจาและแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูต พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดช่องทางการเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางทหารกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีก

นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การหารือในวันนี้จะครอบคลุมประเด็นนโยบายขยายอิทธิพลของอิสราเอล พัฒนาการในดินแดนปาเลสไตน์และเลบานอน ตลอดจนผลกระทบจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน

นอกจากนี้ นายบาเกอีระบุว่า การประชุมครั้งนี้ อาจเป็นก้าวแรกไปสู่การจัดตั้งกลไกความมั่นคงระดับภูมิภาค

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในสัปดาห์นี้ รวมทั้งถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 90.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมในวันที่ 28 ต.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 81.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ