“พาณิชย์” แจงภาษี ม.301 สินค้าไทยได้รับผลกระทบราว 28% หลังหักยกเว้น-มาตรา 232

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงผลกระทบจากมาตรการภาษีตามมาตรา 301 ของสหรัฐอเมริกา ว่า จากข้อมูลการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯ ในปี 2568 ซึ่งมีมูลค่ารวม 91,255 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พบว่าสินค้าส่งออกบางส่วนได้รับการยกเว้นจากมาตรการดังกล่าว ตามรายการสินค้าที่สหรัฐฯ กำหนด

โดยสินค้าที่ได้รับยกเว้นตาม Annex A จำนวน 2,120 รายการ มีมูลค่า 56,201 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 61.58% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯ ทั้งหมด
สำหรับสินค้าที่ไม่ได้รับยกเว้นตาม Annex A มีมูลค่า 35,034 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 38.39% อย่างไรก็ตาม ในจำนวนดังกล่าวมีสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการตามมาตรา 232 ของสหรัฐฯ ประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีตามมาตรา 301 เพิ่มเติม
“เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่เราขอแล้วเขาให้ คือ อย่าคิดสินค้าที่อยู่ใน 232 อยู่แล้ว กับ 301 ก็ไม่คิด” นางอารดา กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารายการสินค้าที่ได้รับยกเว้น รวมถึงสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรา 232 ซึ่งไม่ถูกเรียกเก็บภาษีซ้ำ พบว่าสินค้าที่ยังไม่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีตามมาตรา 301 อยู่ประมาณ 28% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯ
สำหรับสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากอัตราภาษี 12.5% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมบางรายการ โดยสินค้าเกษตร 10 อันดับแรกที่ได้รับผลกระทบ มีมูลค่ารวม 2,930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 3.21% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ เช่น อาหารสุนัขและแมว ข้าวสาร ปลาทูน่า กุ้ง และซอสปรุงรสอื่น ๆ
ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีมาตรา 301 ได้แก่ เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับโลหะ และกระเบื้องยาง ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมบางรายการ เช่น ยางรถยนต์ ยางรถบรรทุก เครื่องจักร กล้องถ่ายภาพ เครื่องปรับอากาศ และล้อและวงล้อรถยนต์ อยู่ภายใต้มาตรการตามมาตรา 232 ซึ่งจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีตามมาตรา 301 เพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน 7 กลุ่มสินค้าที่ประเทศไทยได้เสนอขอยกเว้น ได้แก่ กลุ่มสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร, กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในครัวเรือน, กลุ่มสินค้าทางการแพทย์และสาธารณสุข, กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์, กลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วน, กลุ่มชิ้นส่วนเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม และกลุ่มสินค้าหัตถกรรมและสินค้าเพิ่มมูลค่า
ทั้งนี้ สินค้ากลุ่มดังกล่าวยังไม่ได้รับการยกเว้นเพิ่มเติมในประเด็นแรงงานบังคับจากสหรัฐฯ ส่งผลให้ยังอยู่ภายใต้อัตราภาษีมาตรา 301 ที่ 12.5% บวกกับอัตราภาษี MFN
สำหรับสินค้าเซลล์แสงอาทิตย์ หรือ Solar Cell นางอารดา กล่าวว่า ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีตามมาตรา 301 ในครั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันถูกเรียกเก็บมาตรการทางการค้าอื่นอยู่แล้ว โดยมีอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) อยู่ที่ 111.45-202.90% และอากรตอบโต้การอุดหนุน (CVD) อยู่ที่ 255.39-774.50%
ทั้งนี้ ปี 2568 ไทยส่งออกแผงเซลล์แสงอาทิตย์สำเร็จรูปไปสหรัฐฯ มูลค่า 399 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 0.44% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯ ทั้งหมด ขณะที่ปี 2569 การส่งออกลดลง โดยยังมีแผงเซลล์แสงอาทิตย์บางประเภทที่ผลิตในไทยสามารถส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“ศุภจี” กาง 4 แนวทางรับมือภาษีสหรัฐ เร่งปิดดีล ART ย้ำไม่ข้าม “เส้นแดง”
“ศุภจี” เร่งเจรจาสหรัฐ หลังไทยถูกเก็บภาษี 12.5% ส่งออกครึ่งปีหลังชะลอ อิเล็กทรอนิกส์ไปต่อ