เจาะกลยุทธ์ ‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’จากตำนาน 32 ปี สู่ก้าวใหญ่ เปิดสาขาในฟิลิปปินส์ - Smart SME

ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว

August 9, 2026

หากพูดถึงสตรีทฟู้ดระดับตำนานที่เคียงข้างมื้อหิวของคนไทยมานานหลายทศวรรษ “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ย่อมเป็นชื่อแรกๆ ในใจใครหลายคน แต่วันนี้สตรีทฟู้ดรถเข็นสีเหลืองแดงพร้อมขยับขยายอาณาจักรครั้งใหญ่ จากแลนด์มาร์กริมทางสู่การเดินหน้าปักธงบุกตลาด “ฟิลิปปินส์” ส่งต่อรสชาติแบบไทย ๆ ให้ชาวอาเซียนได้สัมผัส

คุณสิทธิชัย ทิตอร่าม General Manager – Commercial Business Group บริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด พูคุยถึงเส้นทางการขยายสาขาไปต่างประเทศของ “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” หลังอยู่ในตลาดไทยมานาน 32 ปี และเริ่มมองหาโอกาสในตลาดอาเซียนอย่างจริงจัง

จุดเริ่มต้นของการเปิดตลาดในฟิลิปปินส์

คุณสิทธิชัย เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการขยายไปต่างประเทศมาจาก Cabalen Group เจ้าของร้านอาหารในฟิลิปปินส์เดินทางมาเมืองไทยแล้วได้ลองกินบะหมี่ชายสี่จนติดใจ จึงติดต่อขอเป็น Master Franchise นำไปเปิดขายที่ฟิลิปปินส์ โดยเริ่มต้นด้วยการคัดลอกรูปแบบรถเข็นของชายสี่ไปสร้างเองที่นั่น

แต่ปรากฏว่า “บะหมี่ไม่มี” เพราะบะหมี่ของฟิลิปปินส์ไม่เหมือนกับของไทย โดยสิ่งที่ Cabalen นำไปมีเพียงรถเข็นกับสูตร แต่ไม่ได้นำวัตถุดิบไปด้วย ขณะที่บะหมี่ของชายสี่มีอายุสินค้าเพียง 4 วันเท่านั้น โมเดลแรกจึงไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้น Cabalen จึงกลับมาพูดคุยกับชายสี่อีกครั้งว่า ถ้าจะทำธุรกิจแบบชายสี่ในฟิลิปปินส์ให้ได้จริง ต้องมีโรงงานในฟิลิปปินส์ จึงเป็นที่มาของการสร้างโรงงานผลิต เครื่องจักรทั้งหมดส่งจากประเทศไทยไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำ floor plan และกำลังจะสร้างโรงงานที่ฟิลิปปินส์ โดยตั้งเป้าเริ่มขายภายในไตรมาส 4 นี้

สำหรับแผนตอนนี้ คือจะนำชายสี่บะหมี่เกี๊ยวเข้าไปขายในร้านอาหารของ Cabalen ที่มีจำนวน 60 สาขา จากนั้นเริ่มขายในตลาดโมเดิร์นเทรด ส่วนเรื่องแฟรนไชส์ในฟิลิปปินส์ยังไม่เปิดตอนนี้ โดยจะให้บริษัทชายสี่ฟิลิปปินส์จะเป็นผู้เปิดร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวเองก่อน 7 สาขา

“เมื่อมีโรงงานแล้วต้องเริ่มมองธุรกิจที่ไปทาง mass มากขึ้น โมเดิร์นเทรดจึงเป็นเป้าหมายหลักก่อนเพื่อสร้างปริมาณการซื้อขายมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนการขยายร้านอาหารวางเป้าไว้ที่หลักร้อยสาขาขึ้นไป โดยเริ่มที่มะนิลา และเมืองใกล้เคียงก่อน”

ตลาดฟิลิปปินส์ในเรื่องอาหาร ไม่ชอบกลิ่นไข่ แต่ชอบกลิ่นด่าง

เมื่อถามถึงมุมมองผู้บริโภคฟิลิปปินส์ที่มีต่อก๋วยเตี๋ยวบะหมี่ คุณสิทธิชัย อธิบายเรื่องนี้ว่าจุดที่โมเดลรถเข็นแรกไม่สำเร็จ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ยังไม่เข้าใจ consumer insight ของตลาดนี้ดีพอ เมื่อไปทำการทดสอบกับผู้บริโภคจริง พบว่าเส้นบะหมี่ที่คนฟิลิปปินส์ชอบตรงข้ามกับคนไทยโดยสิ้นเชิง โดยคนไทยชอบกินบะหมี่ไข่ที่มีกลิ่นไข่ และมองว่าเป็นบะหมี่ที่ดี แต่คนฟิลิปปินส์ไม่ชอบไข่ เพราะมองว่ามีกลิ่นคาว แต่กลับชอบกลิ่นด่างของบะหมี่ ซึ่งเป็นกลิ่นที่คนไทยมักไม่ชอบ และมองว่าเป็นบะหมี่ราคาถูก

ดังนั้น ทีมงานจึงปรับสูตรลดปริมาณไข่ลง และเพิ่มกลิ่นด่าง แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเหนียวนุ่มของบะหมี่แบบเดิมไว้

ตลาดฟิลิปปินส์กับโอกาส และความท้าทาย

ในแง่การแข่งขัน คุณสิทธิชัยมองว่าตลาดนี้ยังเป็นเรื่องใหม่ เพราะจากการสำรวจตลาดพบว่าบะหมี่แบบที่ชายสี่ขายแทบไม่มีอยู่เลย มีเพียง Hawker Chart จากสิงคโปร์เท่านั้นที่ใกล้เคียง ส่วนสตรีทฟู้ดท้องถิ่นของฟิลิปปินส์นิยมเอาบะหมี่ไปผัดกับถั่วงอกแล้วใส่ติ่มซำ ชายสี่จึงปรับเส้นบะหมี่ให้หนาขึ้นเพื่อให้ผัดได้แบบยากิโซบะด้วย และยืนยันว่าบะหมี่แบบชายสี่รวมถึงเมนูบะหมี่หมูแดงลูกชิ้นถือเป็นของใหม่โดยสิ้นเชิงสำหรับตลาดนี้

ด้านของราคา คุณสิทธิชัยระบุว่าไม่เท่ากับราคาขายในไทย แต่ก็ไม่ได้ห่างกันมาก เมื่อเทียบราคารถเข็นชายสี่กับรถเข็นท้องถิ่นของฟิลิปปินส์แล้ว ราคาของชายสี่จะสูงกว่า แต่คุณภาพของสิ่งที่ผู้บริโภคได้รับก็เทียบไม่ได้กับของคู่แข่งท้องถิ่นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงเลือกทำเลในห้างหรือแหล่งชุมชนที่มีผู้บริโภคหนาแน่น และรักษากลุ่มเป้าหมายเดิมที่ชื่นชอบสตรีทฟู้ด โดยยังคงเปิดร้านในทำเลที่มีผู้คนสัญจรพลุกพล่าน

ขณะเดียวกับความท้าทายในตลาดนี้มีความน่าสนใจไม่ใช่น้อย โดยมีทั้งความยาก และความง่าย ความยากคือชายสี่เป็นแบรนด์ใหม่ที่คนฟิลิปปินส์ยังไม่รู้จัก แต่เชื่อว่าประสบการณ์การทำเส้นบะหมี่ที่ผ่านการทดสอบกับผู้บริโภคจริงจะทำให้คนฟิลิปปินส์ชอบได้ ส่วนสินค้าที่วางขายในโมเดิร์นเทรดของฟิลิปปินส์มีอายุมาตรฐานอยู่ที่ 7-8 วัน หากชายสี่ทำให้สินค้าเก็บได้นาน 15-30 วัน ก็มั่นใจได้ว่าจะขายในโมเดิร์นเทรดได้

“หลังเปิดอย่างเป็นทางการ จะต้องมีการสื่อสารทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียที่มีอยู่ในฟิลิปปินส์ โดย Cabalen เองก็เป็นพาร์ทเนอร์ที่มีเครื่องมือสื่อสารการตลาดในพื้นที่อยู่แล้ว” คุณสิทธิชัย กล่าว

เป้าหมายต่อไปในต่างแดน อาเซียนใกล้บ้าน และเปิดโอกาสในประเทศอื่น

นอกจากฟิลิปปินส์ ชายสี่ยังมองตลาดอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา ลาว หรือเวียดนาม เพราะวัฒนธรรมและความชอบด้านอาหารใกล้เคียงกับไทย รวมถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ด้วยเช่นกัน เพราะอาหารการกินของประเทศเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกัน โดยการขยายตัวในภูมิภาคนี้จะอยู่ในกรอบประมาณ 5-10 ปี ข้างหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะการขยายตัวต้องมีเงื่อนไขสำคัญ คือ

1.ต้องมีโรงงานในประเทศนั้นก่อน เนื่องจากบะหมี่สดของชายสี่มีอายุเพียง 4 วัน ไม่สามารถส่งออกได้

2.ต้องหาผู้ร่วมลงทุนที่เข้าใจธุรกิจแฟรนไชส์และพร้อมทำธุรกิจร้านอาหารไปด้วยกันจริงจัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ชายสี่ให้ความสำคัญมากในการขยายไปต่างประเทศ

ในภาพรวม ชายสี่อยากเป็นสตรีทฟู้ดของมหาชน ปัจจุบันมีสาขากว่า 4,000 แห่งแล้ว และเริ่มขยายไลน์ธุรกิจไปสู่ข้าวมันไก่ภายใต้แบรนด์ชายใหญ่ บะหมี่เป็ดและข้าวหน้าเป็ดภายใต้แบรนด์พันปี รวมถึงล่าสุดขยายมาสู่ธุรกิจข้าวกะเพราภายใต้ Joint Venture ใหม่กับกะเพราขุนช้าง ซึ่งขายผ่าน Delivery Platform ถึงราว 70% ของยอดขาย และติดอันดับต้น ๆ ในหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Grab, Line Man และ Shopee Food

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Post Views: 170